BREAKING NEWS
latest

728x90

ad ad

468x60

ad ad

ผู้ใหญ่บ้านเปิดปากปัดฆ่าแทงอกแขวนคอลูกบ้าน ญาติชี้ประจานศพสกัดชิงเก้าอี้ (คลิป)




กรณีมีผู้ใช้เฟชบุ๊กรายหนึ่ง ร้องเรียนมาทางทีมข่าวอมรินทร์ทีวีว่า "แจ้งข่าวค่ะ โดนฆาตกรรม คนพื้นที่ปิดข่าว ไม่ยอมให้เปิดข่าวค่ะ ชาวบ้านกลัวกันมากค่ะ ที่บ้านคำบอน ตำบลน้ำจั้น อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ ชาวบ้านไม่กล้าออกไปกรีดยาง น่ากลัวมากค่ะ"

ซึ่งผู้เสียชีวิตเป็นชายชื่อ นายบุญธง บุญปากดี อายุ 49 ปี สภาพศพถูกแขวนคอด้วยเชือกสีแดงกับราวสะพานข้ามคลองน้ำ เสื้อของผู้ตายถูกถอดออก แล้วอุดปากเอาไว้ พบบาดแผลร่างกายของผู้ตาย 4 แผล ที่กลางท้อง 3 แผล และใต้ราวนมด้านซ้าย 1 แผล







วันที่ 20 ต.ค. 64 พล.ต.ต.ธรรมจักร คงมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ ระบุว่า คดีนี้เป็นคดีที่อุกอาจ เป็นการฆ่าแล้วประจานด้วยการแขวนคอ จึงต้องคลี่คลายคดีให้ได้ ตอนนี้ตัดเรื่องการฆ่าตัวตายออกไป ตำรวจมุ่งประเด็นไปที่การถูกฆาตกรรม







นายสมศักดิ์ พลราชม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 เปิดเผยว่า ตัวเองไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนว่าลูกบ้านมีการล่านายชื่อเพื่อให้นายอำเภอเซกาพิจารณาการทำงานของตัวเอง ตัวเองทราบกรณีการล่ารายชื่อนี้ตอนที่ตำรวจมาสอบปากคำตัวเอง สำหรับตัวเองไม่เคยมีปัญหากับคนตายมาก่อน เพราะคนตายก็รู้จักและคุ้นเคยกับตัวเองเป็นอย่างดี ส่วนข้อมูลที่ว่ามีคนในวงเหล้าเป็นญาติกับหนึ่งในชุดทำงานของตัวเอง ได้ขู่คนตายให้เอาใบรายชื่อไปเผาต่อหน้านั้น ตัวเองก็ไม่เคยรู้เรื่องอีกด้วย




เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนชาวบ้านมาแจ้งเหตุ ตัวเองก็คิดว่าเป็นการฆ่าตัวตาย กระทั่งเห็นสภาพศพผู้ตายถึงเชื่อว่าเขาถูกฆาตกรรม ตั้งแต่ตัวเองเกิดมาจนถึงตอนนี้ก็เพิ่งเจอเหตุการณ์ที่โหดร้ายแบบนี้เป็นครั้งแรกในชุมชนตัวเอง





ทีมข่าว ได้รับภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ตรงข้ามซอยเข้าบ้านของผู้ตาย จากคลิปจะเห็นรถต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นรถของผู้ตายขับผ่านหน้าโรงเรียน เวลา 20.55 น. เห็นหน้าไม่ชัด เนื่องจากกล้องตั้งอยู่ไกล ซึ่งเวลาดังกล่าวก็ใกล้เคียงกับเวลาที่ผู้ตายออกจากบ้าน

ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางมายังบ้านคำบอน ตำบลน้ำจั้น อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ นางสาวอาริตา บุญปากดี ลูกสาวคนโต ของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวนางอินถวา บุญปากดี อายุ 50 ปี แม่ของตัวเอง ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจภูธรตำบลป่งไฮ จ.บึงกาฬ

กรณีเช้าวันที่ 15 ต.ค. 64 ที่พ่อไปขอโทษผู้ใหญ่บ้านหมู่ 13 เพราะว่าวันที่ 10 ต.ค. ที่พ่อไปดื่มเหล้า พ่ออาจเมาแล้วเผลอพูดอะไรพลาดพลั้งออกไป ฝั่งนั้นเขาก็บอกว่าเขาไม่ติดใจ แล้วเขาก็ไม่ถือโทษ ซึ่งหลังจากวันที่ 10 ต.ค. ที่พ่อไปดื่มเหล้ากับบุคคลดังกล่าวกลับมา พ่อก็จะมีอาการซึมเศร้าอยู่ตลอดเวลา แต่พ่อได้ไปขอโทษ ก็เหมือนมีกำลังใจมากขึ้น แล้วในวันที่ 15 ต.ค. พ่อก็ไปเกี่ยวหญ้าให้ควาย ช่วงเย็นพ่อก็ไปเอาควายจากกระท่อมปลายนาเข้ามาที่บ้าน กระทั่งเวลาประมาณ 21.00-21.30 น. พ่อได้ขับรถมอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านไปยังกระท่อมปลายนา แล้วหายไป

สำหรับประเด็นอื่น ๆ เช่น เรื่องชู้สาว ตัวเองก็คิดว่าน่าจะไม่ใช่สาเหตุการตาย เพราะว่าพ่ออยู่กินกับแม่มา 30 ปี ก็ไม่เคยมีเรื่องชู้สาว แล้วพ่อก็ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ส่วนเรื่องปัญหาการทะเลาะกันในเครือญาตินั้น ยืนยันว่าครอบครัวของตัวเองไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้มาก่อน สำหรับวันที่พบศพพ่อ ตำรวจก็ได้พบไฟส่องกบวางอยู่บนสะพานข้ามคลอง แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่พบคราบเลือดบริเวณสะพานและราวสะพานแต่อย่างใด รวมถึงไม่พบอาวุธมีดที่จุดพบศพอีกด้วย ส่วนบริเวณจุดเจอรถมอเตอร์ไซค์ เจ้าหน้าที่ได้พบรองเท้าของพ่อ และพบคราบบางอย่างคล้ายคราบเลือด

กรณีที่พ่อตัวเองถูกเอาเสื้ออุดปากนั้น ตัวเองไม่รู้ว่าเป็นการสะกดวิญญาณปิดปากไม่ให้คนตายพูดหรือไม่ เพราะตั้งแต่พ่อตัวเองเสียชีวิต พ่อก็ไม่มาเข้าฝันครอบครัว ซึ่งถ้าเป็นการถูกสะกดวิญญาณจริง หลังจากนี้ตัวเองอาจมีการไปหาพระสงฆ์มาทำพิธีแก้ให้พ่อ และเหตุครั้งนี้ ตัวเองก็คิดว่าเป็นการฆ่าประจานพ่อ เพราะจุดพบศพเป็นจุดที่ชาวบ้านต้องไปหาปลาอยู่เรื่อย ๆ แค่เขาแทงพ่อ พ่อก็ตายแล้ว ไม่จำเป็นต้องเอาศพพ่อไปแขวนแบบนั้น อย่างไรก็ตาม ตัวเองก็อยากฝากตำรวจให้ตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และอยากฝากสื่อให้ติดตามข่าวการตายของพ่อตัวเองด้วย

เวลา 13.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 ได้ลงพื้นที่มาที่บ้านของผู้เสียชีวิต เพื่อมาสอบปากคำภรรยาผู้เสียชีวิตต่อ และยังมีชุดสืบจากภาค 4 อีก 1 ชุด ได้สอบปากคำชาวบ้านในหมู่ 10 เกี่ยวกับประเด็นว่ามีใครเจอผู้นายก่อนเสียชีวิตบ้าง รวมถึงเรื่องที่กลุ่มผู้ตายมีการล่ารายชื่อปลดผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10

นายรักชาติ สูญราช บุคคลที่นั่งดื่มเหล้ากับผู้ตาย เล่าว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 10 ต.ค. ผู้ตายได้มาเอากุญแจรถมอเตอร์ไซค์ที่ทำหาย กับผู้ใหญ่บ้านหมู่ 13 จากนั้นผู้ตายและตัวเองได้มีการนั่งดื่มเหล้ากัน มีบุคคลในวงเหล้า 5 คน ตัวเองก็ไม่ได้ไปนั่งคลุกคลีในวงเหล้าเพราะตอนนั้นตัวเองมีหน้าที่ทำอาหารให้ผู้ตายและคนในวงเหล้ากิน ตอนที่ดื่มเหล้าก็มีการพูดคุยกันปกติ ไม่ได้มีปากเสียงกันแต่อย่างใด และไม่เห็นคนในวงเหล้าขู่ให้ผู้ตายไปเอาใบล่ารายชื่อมาให้ ตัวเองรู้ว่ามีเรื่องล่ารายชื่อปลดผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ตอนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาสอบปากคำตัวเอง ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายบุญธง

กรณีที่คนตายไปขอโทษผู้ใหญ่บ้านหมู่ 13 ตัวเองก็รู้หลังจากเกิดเหตุ ตัวเองคิดว่าที่คนตายมาขอโทษผู้ใหญ่บ้านหมู่ 13 นั้น เขาอาจคิดว่าตอนดื่มเหล้าเขาอาจเมา จนพลั้งปากพูดอะไรออกไป ด้วยความที่คนตายอายุน้อยกว่าผู้ใหญ่บ้านหมู่ 13 เขาจึงมาขอโทษสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตัวเองก็ตกใจ และคิดว่าผู้ตายน่าจะถูกฆาตกรรม เนื่องจากเขามีบาดแผลตามร่างกายหลายจุด






https://www.amarintv.com/news/detail/104127

« PREV
NEXT »

ไม่มีความคิดเห็น