BREAKING NEWS
latest

728x90

ad ad

468x60

ad ad

ปากคาด! อดีตลูกจ้างออกไปเมื่อ3เดือน กลับมาขโมยทรัพย์เจ้าของร้านกว่า5หมื่น(มีคลิป)




อดีตลูกจ้างร้านขายเครื่องเกษตรแสบแอบย่องเข้าร้านขณะเจ้าของออกจากบ้านไปออกกำลังกายยามเช้าตรู่ ย่องเข้าไปขโมยถึง 4 ครั้งจนย่ามใจเนื่องจากเจ้าของร้านไม่ติดกล้องวงจรปิด อาศัยกล้องสาธารณะแต่ภาพไกลและเบลอ เที่ยวที่ 4 จึงจับตัวได้พร้อมของกลางเงินสดกว่า 5 หมื่นบาทพร้อมทองรูปพรรณ ขณะขี่ จยย.หลบหนีถูกตำรวจตามรวบตัวได้ รับสารภาพสิ้นติดการพนันออนไลน์

เมื่อเวลา 06.30 น.วันที่ 24 มี.ค.พ.ต.ต.เสนีย์ ศรีโยธา สว.(สอบสวน) สภ.ปากคาด อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ ได้รับแจ้งจาก นางอุรัก แพงลุนหล้า อายุ 72 ปี เจ้าของร้านพีพีเกษตรภัณฑ์ ตั้งอยู่เลขที่ 243 หมู่ที่ 5 บ้านโนนยาง ต.ปากคาด อ.ปากคาด ว่ามีโจรแอบเข้ามาในร้านขโมยทรัพย์สินมีทั้งเงินสดและทองรูปพรรณ จึงขอให้ไปตรวจสอบด้วย จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ดาบทอง อุภัยพรม ผกก.ทราบเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.ทรงยศ หินนนท์ รอง ผกก.สส พ.ต.ท.บดินทร์ คำผุย สว.สส.และร.ต.อ.สมพงย์ นามศรี รอง สว.สส.ที่เกิดเหตุเป็นบ้านตึก 2 ชั้น 4 คูหาแบ่งเป็นร้านขายปุ๋ยและอุปกรณ์การเกษตร 3 ห้อง ส่วนอีกห้องเปิดเป็นร้านขายเครื่องเขียนแบบเรียน โดยมีนางอุรัก แพงลุนหล้า เป็นผู้บริหารเพียงคนเดียว ส่วนร้านขายปุ๋ยแบ่งให้ลูกๆ เป็นผู้บริหาร








นางอุรัก เล่าให้ตำรวจฟังว่า ทุกเช้าเวลาประมาณ 05.30 น.และเย็นเวลาประมาณ 5-6 โมงเย็นจะไปปั่นจักรยานออกกำลังกาย เพื่อเป็นการบริหารร่างกายเนื่องจากตนมีอายุมากแล้ว โดยจะไม่ได้ล็อคกุญแจประตูม้วน แต่จะปิดลงมาเฉยๆ คิดว่าไปเดี๋ยวเดียวก็กลับมาแล้ว โดยเฉพาะช่วงเช้าอีกไม่นานก็สว่าง โดยไม่คิดว่าหัวขโมยจะแอบย่องเข้าบ้านมาขโมยเอาทรัพย์ไป จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เปิดกล้องวงจรปิดสาธารณะที่ติดอยู่ไกลและไม่ชัดดู ก็พอจำเสื้อลายที่ใส่และรถ จยย.ที่ขี่มาได้ พบว่าเจ้าหัวขโมยรายนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน คือนายกิตติพงษ์หรือนัด จันละคร อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 155 หมู่ที่ 5 บ้านโนนสา ต.ท่าดอกคำ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ อดีตลูกจ้างที่ลาออกไปเมื่อ 3 เดือนก่อน เมื่อทราบแน่ชัดจึงไปตามที่ห้องเช่าไม่พบตัวแต่เพื่อนบ้านบอกว่าพึ่งขี่ จยย.ออกจากบ้านมุ่งหน้าไปเข้าตัวเมืองบึงกาฬ จึงได้ขับรถไล่ติดตามไป พบขณะที่นายกิตติพงษ์ฯ ขี่ จยย.ยี่ห้อฮอนค้า สีขาวคำ ทะเบียน 1กฉ 4858 บึงกาฬ อยู่บนถนนสาย 212 ก่อนถึงตัวจังหวัดเพียง 11 กม.จึงได้เรียกให้หยุดรถเพื่อตรวจค้น พบเงินสดฉบับละ 100 บาทจำนวน 47 ฉบับๆ 50 บาท 26 ฉบับๆ 20 บาท 324 ฉบับ รวมเป็นเงิน 54,780 บาทและทองรูปพรรณ เป็นสร้อยคอหนัก 1 บาทและแหวนทอง 1สลึง ซ่อนอยู่ใต้เบาะรถ จยย.ที่ขี่มา คุมตัวไปค้นที่ห้องพัก ยังพบบัตร ATM ของธนาคารสินและธ.ก.ส.อย่างละ 1 ใบ นอกนั้นยังมีกระเป๋าถือกระเป๋าสะพายหลังและเอกสารอื่นๆ จำนวนหลายรายการ จึงยึดไว้เป็นของกลาง






สอบสวนผู้ต้องหายอมรับว่าตัวเองติดพนันออนไลน์ ถูกเจ้าหนีทวงเงินบ่อยครั้ง จึงลาออกจากงานเพื่อไปหางานทำใหม่ แต่ระว่างนี้ได้แอบเข้าไปขโมยทรัพย์สินจากอดีตนายจ้าง ซึ่งมักจะประมาทไม่ปิดล็อคประตูบ้านให้ดี ตนจึงแอบย่องเข้าไปขโมยเอาทรัพย์สินได้โดยง่าย ประกอบกับเจ้าของร้านไม่ติดกล้องวงจรปิดทั้งหน้าบ้านและในตัวบ้าน ถูกแจ้งข้อหา" ลักทรัพย์ของผู้อื่นในเคหสถาน ในเวลากลางคืนโดยผ่านสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้น เข้าไปด้วยประการใดๆ และโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม" ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.







ที่มา : https://siamrath.co.th/n/229905

« PREV
NEXT »

ไม่มีความคิดเห็น