BREAKING NEWS
latest

728x90

ad ad

468x60

ad ad

บึงกาฬ ! แถลงยึดกัญชาที่ริมโขง ล็อตใหญ่ 1,032 กิโล มูลค่ากว่า 20 ล้าน







เมื่อวันที่ 27 ส.ค 63 เวลา 13.30 น. ที่ตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 นายกรกต ธำรงวงศ์สวัสดิ์ รอง ผวจ. บึงกาฬ นายอดุล ประยูรสิทธิ ผอ.สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 4 พล.ต.ต.พลัฎฐ์ วิเศษสิงห์ ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ รอง ผบช.ภ.4 พ.อ.ยรรยง แสงฮาด รอง ผอ.รมน บึงกาฬ พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 22 พ.ต.อ.สมศักดิ์ คงไพบูลย์ รอง ผบก.พ.อ.มงคล หอทอง ผบ.บก.ควบคุมที่ 2 กกล.สุรศักดิ์มนตรี พ.อ.เรวัฒ ธรรมจิรเดช ผบ.บก.รอง ผบ.บก. ควบคุมที่ 2 ได้ร่วมกันแถลงข่าว ตรวจยึดกัญชาแห้งอัดแท่ง จำนวน 1,032 แท่ง หรือประมาณ 1,032 กิโลกรัมมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท เหตุเกิดที่ริมฝั่งโขงบ้านสมพร หมู่ที่ 8 ต.โคกกว้าง อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ















พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ เปิดเผยว่าหลังได้รับรายงานการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ค้าว่าจะมีการลักลอบนำยาเสพติดข้ามน้ำโขงมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อส่งไปขายทางภาคกลาง ภาคใต้ของประเทศไทย และส่งออกไปขายยังต่างประเทศ จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ต.มาโนช สุภาพพูล ผบก.บก.สส.ภ.4.สนธิกำลังกับ พ.ต.อ. สุกฤษณ์ ข้อร่วมคิด ผกก สืบสวน บก.สส พ.ต.อ.ธีระวุฒิ สุวรรณประสิทธิ์ ผกก.สภ.บุ่งคล้า หน่วย นรข.บึงกาฬ ตำรวจน้ำ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบึงกาฬ พ.ต.ท.ไกรรัตน์ ตามบุญ สว.สส.ร.อ.คำรณ คุ้มเขต ผบ.ร้อยทหารพรานที่ 2106 และฝ่ายปกครอง วางแผนจับกุม

จนกระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. พบว่าได้มีเสียงเรือติดเครื่องยนต์วิ่งข้ามน้ำโขงเข้ามาจอดบริเวณริมเขื่อนกั้นตลิ่งพัง บ้านสมพร จากนั้นมีชายฉกรรจ์ 4-5 คนได้โยนกระสอบสีดำขึ้นมาบนฝั่งกองไว้อยู่ที่ริมน้ำ เสร็จแล้วเรือลำดังกล่าวได้ติดเครื่องยนต์วิ่งข้ามน้ำโขงหนีกลับไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้านอย่างรวดเร็ว เมื่อรออยู่นานไม่เห็นมีความเคลื่อนไหวใดๆ เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ที่ได้สนธิกำลังกันจึงได้เข้าตรวจสอบยังจุดที่มีการโยนกระสอบขึ้นมากองไว้ พบว่าข้างในกระสอบเป็นกัญชาแห้งอัดแท่ง จำนวน 24 กระสอบ จึงได้นำมาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งที่ที่ภูธรจังหวัดบึงกาฬ นับจำนวนกัญชาได้ 1,032 แท่ง เป็นกัญชาเกรดพรีเมี่ยมน้ำหนักรวม 1,032 กิโลกรัม ราคาซื้อขายที่ต้นทางฝั่งไทยประมาณแท่งละ 10,000 บาท รวม 20 กว่าล้านบาท ซึ่งจะได้ติดตามกลุ่มผู้ค้ารายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


ข่าวต้นฉบับ

« PREV
NEXT »

ไม่มีความคิดเห็น