BREAKING NEWS
latest

728x90

ad ad

468x60

ad ad

พายุร้อนถล่ม อีสาน-เหนือ พัดบ้านพังยับ ฟ้าผ่า-ดับอีก 1 มท.2 จี้เร่งช่วย (คลิป)






พายุพัดถล่มเหนือและอีสาน ที่มุกดาหารสองแม่ลูกออกไปต้อนวัวกลางสายฝนเจอฟ้าผ่าเปรี้ยง แม่เคราะห์ร้ายเสียชีวิตอนาถ ส่วนลูกชายบาดเจ็บหูดับสองข้าง ที่หนองคายโดนถล่ม 3 อำเภอบ้านเสียหายกว่า 500 หลัง ส่วนที่แพร่ต้นแคอายุกว่า 100 ปีโค่นทับโฮมสเตย์ เจ้าของและภรรยาบาดเจ็บ ด้านภูทับเบิกแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังเมืองมะขามหวานโดนทั้งฝนและลูกเห็บตกขาวโพลนราวกับหิมะ กะหล่ำปลีเสียหายย่อยยับ ด้าน “รมช.มหาดไทย” สั่ง ปภ.เร่งเยียวยาครอบครัวผู้ตาย









พายุฝนพัดถล่มเสียหายหลายจังหวัด โดยที่ จ.ลำปาง เมื่อช่วงค่ำวันที่ 22 เม.ย. เกิดพายุฤดูร้อน พัดกระหน่ำในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ ต.แม่ทะ อ.แม่ทะ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก บ้านเรือนประชาชนและต้นไม้ใหญ่ถูกลมพัดหักโค่นลงมาขวางถนนวชิราวุธดำเนิน (สายลำปาง-แม่ทะ) หลายจุด บางจุดรถวิ่งผ่านไม่ได้ เบื้องต้นตำรวจทางหลวงลำปาง นำรถไปเปิดสัญญาณไฟเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่หมวดการทางพระบาท แขวงทางหลวงที่ 1 ลำปาง นำอุปกรณ์มาตัดต้นไม้และกิ่งไม้ที่หักเพื่อเร่งเคลียร์เส้นทางสัญจรโดยเร็ว

ที่ จ.น่าน เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรงหลายอำเภอ หลังฝนหยุดตก นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองน่าน ออกสำรวจพื้นที่พบบ้านเสียหายหลายหลัง ที่ร้านเสถียรการไฟฟ้าโดนลมหอบหลังคาเมทัลชีทเปิดเกือบทั้งหลังปลิวไปตกไกลกว่า 30 เมตร ส่งผลให้เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่างๆเปียกน้ำเสียหาย นอกจากนี้ยังมีบ้านได้รับผลกระทบอีกหลายหลัง เบื้องต้นจะได้รับความช่วยเหลือหลังละไม่เกิน 30,000 บาท ส่วนที่ อ.เชียงกลาง เกิดฝนตกในพื้นที่บ้านน้ำอ้อ หมู่ 3, บ้านสันทนา หมู่ 4 และบ้านวังว้า หมู่ 5 ต.เปือ

ขณะนี้ อบต.เปือ อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย เพื่อรายงานขอความช่วยเหลือทางอำเภอและจังหวัดเช่นเดียวกับที่ จ.แพร่ พายุพัดถล่มที่บ้านน้ำเลา หมู่ 1 และหมู่ 4 ต.น้ำเลา อ.ร้องกวาง เสียหายกว่า 20 หลัง ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย เสียหาย 30 หลัง ถนนสายเด่นชัย-ศรีสัชนาลัย มีต้นไม้ล้มขวางเส้นทาง ต.เวียงต้า อ.ลอง 8 หลัง ส่วนที่ อ.เมืองแพร่ ได้รับความเสียหายหนักที่สุด 7 ตำบล ประกอบด้วย ต.ห้วย ต.แม่ยม ต.วังหงส์ ต.แม่คำมี ต.ท่าข้าม ต.วังธง และ ต.แม่หล่าย นายสมศักดิ์ สุขประเสริฐ นายอำเภอเมืองแพร่ นำเจ้าหน้าที่ออกสำรวจพื้นที่พบประชาชนได้รับความเดือดร้อนรวม 101 หลัง โดยที่ฮ่องฮ่างโฮมสเตย์ บ้านทุ่งน้ำใส หมู่ 7 ต.เหมืองหม้อ ถูกต้นแคอายุกว่า 100 ปี ล้มทับ ทำให้ นายอนันต์ สุคันธมาลา อายุ 72 ปี เจ้าของอาการสาหัส ส่วนนางจิรสุข พรมศรี อายุ 57 ปี ภรรยาบาดเจ็บถูกน้ำส่ง รพ.แพร่

ส่วนที่ จ.เพชรบูรณ์ พายุฤดูร้อนถล่มบ้านเรือนในพื้นที่หมู่ 4 ต.ดงมูลเหล็ก อ.เมืองเพชรบูรณ์ ต้นมะขามยักษ์อายุหลายร้อยปีใหญ่ขนาด 6 คนโอบสูงกว่า 60 เมตร หักโค่นทับบ้านของนายพิคูณ กลิ่นสี อายุ 47 ปี เลขที่ 105 หมู่ 4 ต.ดงมูลเหล็ก ทำให้ฝ้าเพดานและหลังคาพังไป 2 ห้อง เครื่องใช้ไฟฟ้าและทรัพย์สินต่างๆภายในเสียหายเกือบทั้งหมด ส่วนที่ภูทับเบิก หมู่ 17 ต.วังบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังที่มีเกษตรกรปลูกกะหล่ำปลีเป็นจำนวนมากถูกพายุและลูกเห็บตกขาวโพลนเหมือนหิมะ ส่งผลให้กะหล่ำปลีเสียหายย่อยยับ ชาวบ้านวอนหน่วยงานรัฐเข้าไปช่วยเหลือ

ภาคอีสาน จ.มุกดาหาร เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลูกเห็บตกในพื้นที่ อ.คำชะอี นานกว่า 1 ชม. โดยลูกเห็บมีขนาดใหญ่เกือบเท่าฝาขวดตกลงมาสร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง และมีชาวบ้าน เคราะห์ร้ายโดนฟ้าผ่าเสียชีวิต 1 ศพ ทราบชื่อนาง พรวน สุขรี่ อายุ 66 ปี อยู่บ้านโนนตาแดง ต.โพนงาม อ.คำชะอี สอบถามทราบว่า ขณะเกิดฝนพัดกระหน่ำและลูกเห็บตก นางพรวนพร้อมลูกชายอายุประมาณ 22 ปีไปต้อนวัวที่เลี้ยงไว้กลางทุ่งใกล้เถียงนา ระหว่างเดินฝ่าสายฝนถูกฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา เป็นเหตุให้นางพรวนล้มกระเด็นเสียชีวิต ส่วนลูกชายที่เดินตามหลังแม่มีอาการหูดับ

ที่ จ.บึงกาฬ ฝนตกและลมกระโชกแรงทั้ง 8 อำเภอ โดยเฉพาะที่บ้านนาสวรรค์ ต.นาสวรรค์ อ.เมืองบึงกาฬ เสียหายกว่า 30 หลัง ที่บ้านของนางนพาภรณ์ เคนาอุประ อายุ 64 ปี เลขที่ 63 หมู่ 5 ต.นาสวรรค์ ที่เปิดให้ครูโรงเรียนเลิดสินเช่าอยู่ทั้งหมด 6 คนถูกกระแสลมพัดพังครืนลงมาทั้งหลังเสียหายโดยสิ้นเชิง โชคดีเป็นช่วงปิดเทอมครูกลับไปบ้านต่างจังหวัดกันหมด ทำให้ไม่มีใครได้รับอันตราย หลังเกิดเหตุทหารกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 13 ร่วมกับ อส.เข้าไปสำรวจพบบ้านพังเสียหายกว่า 100 หลัง ส่วนยางพาราหักโค่นเป็นจำนวนมาก ส่วนที่ จ.หนองคาย พายุถล่ม 3 อำเภอคือ อ.ท่าบ่อ อ.ศรีเชียงใหม่ และ อ.โพธิ์ตาก เสียหายกว่า 500 หลัง

ด้านนายบุญประสงค์ นวลสาย หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ รายงานเหตุวาตภัยเมื่อคืนวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา รวม 8 อำเภอประกอบด้วย อ.เมืองศรีสะเกษ อ.โนนคูณ อ.ยางชุมน้อย อ.วังหิน อ.กันทรารมย์ อ.ราษีไศล อ.ศรีรัตนะ และ อ.อุทุมพรพิสัย รวมพื้นที่เสียหาย 8 ตำบล 23 หมู่บ้าน บ้านเรือนพังเสียหาย 37 หลัง คอกสัตว์ 6 คอก และยุ้งข้าวอีก 1 หลัง

ที่ จ.อำนาจเจริญ เกิดฝนตกหนักและพายุพัดเสาไฟฟ้าแรงสูงริมถนนอรุณประเสริฐเส้นทางออกเมืองอำนาจเจริญไป อ.ปทุมราชวงศาโค่นล่ม 12 ต้นขวางเส้นทางการจราจร 2 ช่องทาง เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำนาจเจริญต้องเร่งซ่อมแซมเปลี่ยนเสาไฟฟ้าใหม่ ส่วนถนนอรุณประเสริฐเส้นทางออกไปยัง จ.ยโสธร บริเวณหน้าโรงสีชัยกูล เกิดน้ำท่วมผิวถนนสูงกว่า 30 ซม. รถเล็กสัญจรไม่ได้ ขณะที่นายสรชาย ครองยุทธ นายอำเภอศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี ตรวจสอบความเสียหายจากพายุฤดูร้อน โดยมีชาวบ้านได้รับผลกระทบ 15 ครอบครัว และโรงเรียนบ้านขัวแคน ต.คำไหล พบอาคารเรียนถูกลมพัดหลังคาเปิดเสียหายเกือบหมด

ส่วนที่ จ.สกลนคร ว่าที่ ร.ต.รวยรุ่ง ใครบุตร นายอำเภอสว่างแดนดิน นำเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความ เสียหายจากพายุพัดถล่มเมื่อช่วงค่ำวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา มีบ้านเรือนได้รับความเสียหาย 189 หลังในพื้นที่ ต.โพนสูง ต.คำสะอาด ต.บ้านถ่อน ต.บงเหนือ และ ต.บงใต้ ส่วน จ.ร้อยเอ็ด มีพื้นที่ได้รับผลกระทบหลายอำเภอประกอบด้วย อ.เมือง ร้อยเอ็ด อ.เมืองสรวง อ.ปทุมรัตต์ อ.จังหาร อ.จตุรพักตรพิมาน อ.เกษตรวิสัย อ.เชียงขวัญ และ อ.โพธิ์ชัย ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างให้ความช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อน

ขณะเดียวกันฝนที่ตกลงมาส่งผลให้ไฟป่าและหมอกควันใน จ.เชียงใหม่ เบาบางลง ล่าสุดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 อยู่ในเกณฑ์ปกติ ยกเว้น อ.แม่ริม อยู่ที่ 87 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เกินมาตรฐาน 50 มคก./ลบ.ม. ขณะที่นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผวจ.เชียงใหม่ และนายคมสัน สุวรรณอัมพา รอง ผวจ.เชียงใหม่ ร่วมประชุมคณะทำงานศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จังหวัดเชียงใหม่ พบจุดความร้อนยังเกิดขึ้น 6 อำเภอจำนวน 43 จุด อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 19 จุด ป่าอนุรักษ์ 21 จุด และเขต ส.ป.ก. 3 จุด เพิ่มขึ้นจากวันที่ 22 เม.ย.เล็กน้อย เจ้าหน้าที่ยังคงระดมกำลังรวมถึงเฮลิคอปเตอร์เข้าดับไฟ

ส่วนที่ จ.แม่ฮ่องสอน เกิดเหตุสลดขณะชาวบ้าน ชนเผ่ากะเหรี่ยงปกาเกอะญอ ร่วมกับเจ้าหน้าที่เข้าไปดับไฟป่าในพื้นที่บ้านแม่โกปี่ หมู่ 2 ต.แม่ยวมน้อย อ.ขุนยวม ทำให้นายสิทธิชัย กองแก้วสีงาม อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ 2 ต.แม่ยวมน้อย ลูกชาย อบต.แม่ยวมน้อย ถูกไฟคลอกเสียชีวิต นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ ผู้ประสานงานเครือข่ายพี่น้อง ชนเผ่า เผยว่า ปีนี้มีผู้เสียชีวิตจากการเข้าไปช่วยดับไฟป่าภาคเหนือแล้ว 7 ศพ สำหรับครอบครัวของนายสิทธิชัย เป็นรายล่าสุดและเป็นรายที่ 3 ของ จ.แม่ฮ่องสอน ผู้ตายมีฐานะยากจน หากใครที่อยากช่วยเหลือสมทบทุนครอบครัวผู้ตายสามารถบริจาคได้ที่บัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อเล็ก กองแก้วสีงาม หมายเลข 529-0-14010-7

ด้านศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย รายงานสถานการณ์วาตภัยว่า เกิดจากความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออก เฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ประกอบกับประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด และเกิดการปะทะกันของมวลอากาศเย็นและอากาศร้อนส่งผลให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงใน 12 จังหวัด ประกอบด้วยน่าน ลําปาง มุกดาหาร กาฬสินธุ์ อำนาจเจริญ หนองคาย เลย เพชรบูรณ์ พิจิตร ร้อยเอ็ด นครราชสีมาและสุรินทร์ ครอบคลุมในพื้นที่ 28 อำเภอ 40 ตำบล 96 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 488 หลังคาเรือน เสาไฟฟ้า 18 ต้น คอกสัตว์ 1 คอก และมีผู้เสียชีวิต 3 รายที่ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร 1 ราย อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา 2 ราย สาเหตุจากฟ้าผ่า








ด้านนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เปิดเผยว่า สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ประสบภัย ให้ประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้เกี่ยวข้องเร่งให้เข้าช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนดังกล่าวใน 12 จังหวัดแล้ว โดยให้เข้าซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายในทันที และจัดเครื่องอุปโภคและสิ่งจำเป็นเพื่อมอบให้แก่ผู้ประสบภัยอีกด้วย ส่วนการจ่ายเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตทั้ง 3 รายจากกรณีถูกฟ้าผ่าได้สั่งให้เบิกจ่ายเงินตามระเบียบ หากเป็นหัวหน้าครอบครัว พร้อมทั้งให้กาชาดจังหวัดมุกดาหารและจังหวัดนครราชสีมาออกเยี่ยมเยียนเพื่อปลอบขวัญและให้กำลังใจแก่ญาติผู้เสียชีวิต

ต่อมาเวลา 15.00 น.วันเดียวกัน นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามภัยแล้ง ที่บ้านคลองหน หมู่ที่ 3 ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี จากนั้นเปิดเผยว่า ได้ประสานงานให้อำเภอเวียงสระ ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชนเร่งสำรวจเพื่อเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ในการผันน้ำจากขุมเหมืองเก่าผ่านระบบท่อระบายน้ำเพื่อกระจายน้ำไปหมู่บ้านต่างๆที่ขาดแคลน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่การเกษตรที่กำลังให้ผลผลิตทั้งเงาะ ทุเรียน มังคุด และลางสาด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนตลอดฤดูแล้งปีนี้



ข่าวต้นฉบับ

« PREV
NEXT »

ไม่มีความคิดเห็น