BREAKING NEWS
latest

728x90

ad ad

468x60

"บึงกาฬ" หลายหน่วยงานลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือครอบครัวบ้านถูกไฟไหม้






เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 63 เวลา 13.30 น. นายวราดิศร อ่อนนุช ปลัดจังหวัดบึงกาฬ พร้อมนายธีระพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ นางคำหมุน ยอดเทพ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ เจ้าหน้าที่เหล่ากาชาด และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบึงกาฬ ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพ ผ้าห่ม เครื่องครัว ให้กับครอบครัวของนายสอน ลุนบง อายุ 82 ปี บ้านเลขที่ 6 หมู่ที่ 7 บ้านคำหมื่น ต.ไคสี อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ที่ประสบเหตุเกิดเพลิงลุกไหม้บ้านพัก 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้เสียหายทั้งหลัง โดยได้ร่วมกันมอบเงินจำนวน 5,000 บาทจากเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบึงกาฬอีกจำนวน 5,000 บาท โดยจะโอนเข้าบัญชีของผู้ประสบภัย และจากนายอำเภอเมืองบึงกาฬอีกจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ













เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 เม.ย. 63 เวลาประมาณ 12.30 น.ร.ต.อ.สุนทร นาโม รอง สว.(สอบสวน) สภ.หอคำ อ.เมืองบึงกาฬ ได้รับแจ้งเหตุเกิดเหตุไฟไหม้บ้านเลขที่ 6 หมู่ 7 บ้านคำหมื่น ต.ไคสี จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ประสานรถดับเพลิงจาก เทศบาลตำบลไคสี, หอคำและเทศบาลตำบลบึงกาฬ จำนวน 5 คันเข้าระงับเหตุและฉีดน้ำสกัดไฟลุกไม้ ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงเพลิงจึงสงบลง หลังเพลิงสงบเข้าตรวจสอบทรัพย์สินพบบ้านชั้น 2 ซึ่งเป็นไม้ล้วนๆ ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด มีเงินสดจำนวนหนึ่งถูกไฟไหม้ไปด้วย นอกจากนี้ยังมีรถเก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ ทะเบียน กข 173 บึงกาฬ ขับหนีไม่ทันได้รับความเสียไปด้วย

นายธีระพล ขุนพานเพิง นอภ.เมืองบึงกาฬ กล่าวว่าได้นำสิ่งของเครื่องใช้ในนามกาชาดจังหวัดบึงกาฬมามอบเบื้องต้นให้ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย ทราบว่าเบื้องต้นเกิดจากสาเหตุไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากขณะเกิดเหตุไม่มีใครอยู่ในบ้าน ค่าเสียหายประเมินเบื้องต้นประมาณ 1 ล้านบาท















ด้านนายสอน ลุนบง เจ้าของบ้านเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าขณะเกิดเหตุไม่มีใครอยู่บ้าน ตนก็ลงไปเลี้ยงควายอยู่กลางทุ่งนาห่างจากบ้านราว 1 กิโลเมตร ได้ยินเสียงดังแตกตุบตับๆ เหมือนไฟไหม้ หันมาเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นจากบ้าน คิดแล้วว่าไฟไหม้บ้านแน่นอนแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ อะไรมันจะเกิดก็เกิดต้องยอมรับมันเท่านั้นแหละ
ด้านนางสาววาริษา ลุนบง อายุ 38 ปีลูกสาวคนเล็กของนายสอน เล่าว่าเปิดร้านเสริมสวยอยู่กรุงเทพฯ เจอพิษโควิด 19 จึงถูกสั่งปิดร้านต้องหนีกลับมาอยู่บ้านไม่กี่วัน ก็เกิดเคราะห์ร้ายถูกไฟไหม้บ้านอีก เพื่อนๆ จึงแนะนำให้เปิดบัญชีเพื่อรับบริจาคจากเพื่อนๆ คนรู้จักหรือผู้ใจบุญและญาติพี่น้องที่อยู่ต่างจังหวัด หลังโพสต์ลงในเฟสปรากฏว่าเปิดได้ประมาณ 5 ชั่วโมง มีคนเห็นใจสงสารโอนเงินเข้าบัญชีตามกำลังศรัทธาได้ประมาณ 1.5 แสนบาท ก็เกิดดราม่าขึ้น มีทั้งคนติชม เห็นใจ ทั้งต่อว่าต่างๆ นานา

ตนก็เข้าใจในสถานการณ์เช่นนี้ทุกคนก็เดือดร้อน จึงต้องขอปิดบัญชีรับบริจาคไปก่อน ตอนประมาณ 3 ทุ่มเศษ จึงต้องขอขอบพระคุณผู้ใจบุญทั้งหลายที่โอนเงินเข้ามาให้ถึง 1.5 แสนบาท แต่หลังจากนี้เมื่อได้ยอดที่จะทำบ้านหลังใหม่อาจเปิดบัญชีขึ้นมาเพื่อรองรับผู้ใจบุญที่จะบริจาคเงินช่วยเหลือตามกำลังศรัทธาอีกครั้งหนึ่ง ตามที่เพื่อนๆ แนะนำ จึงต้องขอขอบพระคุณท่านที่ใจบุญอีกครั้ง.



บึงกาฬ//ข่าว : นิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี

« PREV
NEXT »

ไม่มีความคิดเห็น