BREAKING NEWS
latest

728x90

ad ad

468x60

ad ad

เฮ! คนไทยเตรียมจ่ายค่าไฟ 3.57บ./หน่วย ถึงปี2580



“พลังงาน” แจงร่างพีดีพีใหม่ (ปี 61-80) กดค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเหลือ 3.57 บาทต่อหน่วย ต่ำกว่าแผนเดิมที่ 5.55 บาทต่อหน่วย เหตุมีทางเลือกซื้อเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าที่หลากหลาย ฉุดต้นทุนต่ำลง ยันไม่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ชัวร์ เตรียมชง “กพช.” พิจารณา ม.ค.62 ก่อนชง “ครม.” ไฟเขียว นำไปจัดทำแผนพลังงานอื่นๆต่อ 

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) ฉบับใหม่ (ปี 61-80) ครั้งที่ 5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า แผนพีดีพีใหม่จะมีอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยตลอดแผนอยู่ที่ 3.57 บาทต่อหน่วย ต่ำกว่าแผนเดิมที่ค่าไฟฟ้าเมื่อสิ้นสุดแผนปี 79 จะอยู่ที่ 5.55 บาทต่อหน่วย โดยปัจจัยหลักที่ทำให้ค่าไฟฟ้าในแผนพีดีพีใหม่ถูกลง มาจากการมีทางเลือกเชื้อเพลิงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะจากการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ที่ปัจจุบันมีแนวโน้มราคาต่ำ และมีแหล่งนำเข้าจากหลายประเทศ รวมถึงไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ที่เทคโนโลยีมีการพัฒนามากขึ้นจนทำให้ต้นทุนต่ำลง 

“จะเสนอแผนพีดีพีใหม่ ให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) พิจารณาเดือน ม.ค.62 จากนั้นจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเป็นตัวตั้งต้นจัดทำแผนอื่น เช่น แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (เออีดีพี) แผนก๊าซธรรมชาติ แผนน้ำมัน เป็นต้น ซึ่งจะอยู่ในแผนแม่บท เพื่อลงรายละเอียดของแผนปฏิบัติการปี 62”  

สำหรับแผนพีดีพีใหม่ได้กำหนดสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ 53% จากแผนเดิม 37% ของเชื้อเพลิงรวม เพราะการจัดหาก๊าซธรรมชาติมีทางเลือกมากและราคาต่ำ แต่ยังต้องลงรายละเอียดว่าจะเป็นก๊าซธรรมชาติและแอลเอ็นจีจำนวนเท่าใด ส่วนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ตัดออก หลังเกิดผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น เพราะมีความเสี่ยงสูง ขณะที่ถ่านหินและลิกไนต์ มีสัดส่วน 12% ลดลงจากแผนเดิมที่กำหนด 23% เพราะต้องรอผลศึกษาจากคณะกรรมการกำกับการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ (เอสอีเอ) ว่า โรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้จะเกิดหรือไม่ อย่างไร 

ส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน สัดส่วน 20% หรือคงเดิม โดยจะมุ่งเน้นไปที่พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัย (โซลาร์ภาคประชาชน) 10,000 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าขยะชุมชนตามนโยบายการส่งเสริมของภาครัฐ ที่เพิ่มจากแผนเดิมอีก 400 เมกะวัตต์ “ปี 61-68 กำลังการผลิตไฟฟ้าของไทยยังมีเพียงพอต่อความต้องการใช้ แต่หลังปี 68 จะเกิดโรงไฟฟ้าใหม่ๆเข้าระบบ แต่รัฐจะให้สิทธิ์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แข่งขันผลิตไฟฟ้ากับผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) หรือไม่ ต้องพิจารณาอีกครั้ง เพราะรัฐธรรมนูญใหม่ กฟผ.อาจแข่งกับเอกชนไม่ได้” 

ด้านนายวัฒนพงษ์ คุโรวาท รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า แผนพีดีพีใหม่จะมีกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ 51,415 เมกะวัตต์ โดยพลังงานหมุนเวียน ที่เป็นโรงไฟฟ้าใหม่ แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าตามนโยบายส่งเสริมจากรัฐ ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าขยะ 400 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าชีวมวลประชารัฐ 120 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าหมุนเวียนตามแผนเออีดีพี เพิ่มอีก 18,176 เมกะวัตต์ ฯลฯ ส่วนโรงไฟฟ้าหลักที่จะเปิดให้แข่งขันระหว่าง กฟผ.และไอพีพี อีก 8,300 เมกะวัตต์  

ส่วนนายวีระพล จิรประดิษฐกุล อดีตกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า ค่าไฟฟ้าตลอดแผนที่กำหนดไว้คงที่เฉลี่ย 3.576 บาทต่อหน่วย เป็นไปได้ยาก เพราะราคาแอลเอ็นจีจะผันแปรตามราคาน้ำมัน ซึ่งคาดจะสูงขึ้นในอนาคต.


ที่มา : https://www.thairath.co.th/content/1447631
« PREV
NEXT »

ไม่มีความคิดเห็น