BREAKING NEWS
latest

728x90

ad

468x60

ad

วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2561

ปลดล็อกกัญชา! มติเอกฉันท์ พ้นยาเสพติดให้โทษ 166ต่อ0


สนช.มอบของขวัญปีใหม่ มติเอกฉันท์ผ่านกฎหมายยาเสพติด พร้อมปลดล็อกกัญชาพ้นบัญชียาเสพติด นำมาใช้รักษาโรค ให้ ป.ป.ส.มีอำนาจกำหนดโซนนิ่งปลูกเพื่องานวิจัย และกำหนดพื้นที่เสพใบกระท่อมโดยไม่มีความผิด

วันนี้ (25 ธ.ค.) ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ วาระ 2-3 จำนวน 28 มาตรา ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษที่มีนายสมชาย แสวงการ เป็นประธานพิจารณาเสร็จแล้ว 

โดยมีสาระสำคัญร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว คือ การพิจารณาปลดล็อกกัญชาและกระท่อมออกจากการเป็นยาเสพติดประเภท 5 ให้สามารถนำไปศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และสามารถนำไปใช้รักษาโรคภายใต้การควบคุมและดูแลทางการแพทย์ได้ 
โดยการจะผลิต นำเข้า ส่งออก ครอบครอง หรือจำหน่ายกัญชา เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้นั้นต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎกระทรวงกำหนด และความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ ทั้งนี้ หากมีปริมาณการครองครองเกิน 10 กิโลกรัม ให้สันนิษฐานว่ามีไว้เพื่อจำหน่าย


หน่วยงานที่จะได้รับอนุญาตให้ผลิต นำเข้า ส่งออก ครอบครอง หรือจำหน่ายกัญชาได้นั้น ประกอบด้วย 
1. หน่วยงานรัฐ ที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัยหรือจัดการเรียนการสอนวิชาด้านการแพทย์ เภสัชกรรม วิทยาศาสตร์ เกษตรศาสตร์ หรือหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่ป้องกันปราบปรามแก้ปัญหายาเสพติด หรือสภากาชาดไทย 
2. ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม เภสัชกรรม ทันตกรรม การแพทย์แผนไทย การแพทย์แผนไทยประยุกต์ หมอพื้นบ้านตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด 
3. สถาบันอุดมศึกษาที่ศึกษาและวิจัยด้านการแพทย์ 
4. ผู้ประกอบอาชีพเกษตรที่รวมตัวเป็นวิสาหกิจชุมชน จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยวิสาหกิจชุมชน 
5. ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศ 
6. ผู้ป่วยที่เดินทางระหว่างประเทศที่มีความจำเป็นต้องใช้ยาเสพติดติดตัว เพื่อใช้รักษาโรคเฉพาะตัว 
7. ผู้ขออนุญาตอื่น ที่รมว.สาธารณสุขเห็นชอบ

นอกจากนี้ยังกำหนดให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ให้ความเห็นชอบการกำหนดโซนนิ่งในการปลูกกัญชา หรือผลิตทดสอบ เสพหรือครอบครองในปริมาณที่กำหนด รวมถึงมีอำนาจกำหนดให้ท้องที่ใดเป็นพื้นที่เสพกระท่อมได้โดยไม่เป็นความผิด โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

ส่วนบทลงโทษนั้น หากครอบครองเพื่อจำหน่าย
โดยมีปริมาณกัญชาไม่ถึง 10 กิโลกรับ มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ครอบครองเกิน 10 กิโลกรัม จำคุก 1-15 ปี ปรับ 100,000-1,500,000 บาท เป็นต้น 

ทั้งนี้ในร่างกฎหมายกำหนดให้เมื่อร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวมีผลใช้บังคับแล้ว 3 ปี ให้คณะกรมการควบคุมยาเสพติด ประเมินผลการดำเนินงานเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตการผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือครอบครองกัญชาทุก 6 เดือน 

ทั้งนี้ หลังจากที่สมาชิก สนช.พิจารณาสาระสำคัญร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเสร็จครบทุกมาตราแล้ว ที่ประชุม สนช.ลงมติให้ควาเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษด้วยคะแนน 166 ต่อ 0 งดออกเสียง 13 ให้กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายต่อไป โดยประธานกรรมาธิการวิสามัญได้กล่าวขอบคุณสมาชิก สนช.ที่พิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่จาก สนช.และ ครม.มอบแก่ประชาชน เพื่อให้สามารถนำกัญชาไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ หลังจากนี้จะเร่งพิจารณาออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

« PREV
NEXT »

ไม่มีความคิดเห็น