BREAKING NEWS
latest

728x90

ad ad

468x60

ad ad

บึงโขงหลง จ.บึงกาฬหมู่บ้านไร้ถังขยะ ต้นแบบการขับเคลื่อนการจัดการขยะชุมชนต้นทาง


บึงโขงหลง จ.บึงกาฬหมู่บ้านไร้ถังขยะ ต้นแบบการขับเคลื่อนการจัดการขยะชุมชนต้นทาง

ตามที่รัฐบาลได้สั่งการให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งดําเนินการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย โดยกําหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ ให้แต่ละจังหวัดดําเนินการขับเคลื่อน Road Map การจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่าปัญหาขยะเป็นปัญหาที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับทุกภาคส่วน จังหวัดบึงกาฬจึงประชุมหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานองค์กรในพื้นที่และแกนนำหมู่บ้าน เพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม สร้างจิตสำนึก และปลูกฝังพฤติกรรมเชิงสร้างสรรค์

จังหวัดบึงกาฬจึงตั้งศูนย์การเรียนรู้ (Learning Center) เป็นพื้นที่รวบรวมข้อมูลข่าวสารความรู้ของชุมชนเพื่อนําไปสู่การส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้สําหรับประชาชน เสริมสร้างโอกาสถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ภูมิปัญญาและเอกลักษณ์ของชุมชน อีกทั้งเป็นแหล่งบริการชุมชนด้านต่างๆโดยมีแนวคิดขยะเหลือศูนย์ส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ ทรัพยากรถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และลดขยะให้เหลือน้อยที่สุด คือ การจัดการขยะที่ต้นทาง คือเน้นการลดขยะ การใช้ซ้ำ การคัดแยกเพื่อนํากลับมาใช้ใหม่ เน้นการกําจัดขยะที่ต้นทาง“เรามุ่งสร้างวัฒนธรรมชุมชนท้องถิ่น ให้สามารถใช้ทุนและศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ และสร้างสรรค์ ด้วยการจัดการข้อมูลชุมชนในหลากหลายด้าน ซึ่งถือเป็นแก่น และกลไกสำคัญในการเอาพื้นที่เป็นฐานการพัฒนา อันเป็นหนทางเดียวที่จะสามารถพัฒนาชุมชนท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ ภายใต้อัตลักษณ์และตัวตนของชุมชน”

ขยะล้นหมู่บ้าน นับเป็นปัญหาที่พบเจอบ่อยครั้งในชุมชนต่างๆ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะคนในชุมชนยังไม่เกิดความตระหนัก คิดว่าการจัดการขยะเป็นเรื่องขององค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาล เพราะเสียค่าบริการรายเดือน หรือภาษีบำรุงท้องที่ไปแล้ว แต่สำหรับชุมชนเข้มแข็งอย่างเทศบาลตำบลบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ ผู้นำหมู่บ้านได้พยายามหาวิธีจัดการขยะ โดยรณรงค์ให้แต่ละครัวเรือนคัดแยกและกำจัดขยะด้วยตนเอง เพื่อให้เหลือทิ้งน้อยที่สุด เทศบาลบึงโขงหลง แม้จะเป็นเพียงเทศบาลตำบลมีเพียง 12หมู่บ้าน 3,100 ครัวเรือน แต่พวกเขามีสำนักรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ต่อสังคมและชุมชน

นายเชิด แสงจันทร์ นายกเทศมนตรีตำบลบึงโขงหลง กล่าว่า เริ่มจากการส่งเสริมให้แต่ละบ้านคัดแยกขยะเป็น 3 ประเภท คือขยะอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้ เช่น เศษอาหาร ผัก ผลไม้ หญ้า ใบไม้ ซากพืช ซากสัตว์ มูลสัตว์ โดยส่งเสริมให้ทำเสวียนล้อมต้นไม้ เพื่อทิ้งขยะประเภทนี้ จะได้เป็นปุ๋ยบำรุงดินและพืช, ขยะรีไซเคิล จำพวกกระดาษ พลาสติก โลหะ ขวดแก้ว ให้แยกแต่ละอย่างไว้ต่างหาก สะดวกในการนำไปขายให้กับธนาคารขยะ, และประเภทสุดท้ายคือขยะอันตราย อย่างถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ หลอดไฟ บรรจุภัณฑ์สารเคมี ที่ต้องทิ้งเพื่อให้มีการกำจัดอย่างถูกวิธี เราเริ่มโครงการธนาคารขยะเมื่อปลายปี 59 ด้วยความร่วมมือระหว่างชาวบ้านและเทศบาลตำบลบึงโขงหลงธนาคารขยะแห่งนี้เป็นจุดนัดพบที่ทุกฝ่ายจะมาพบกันเดือนละครั้งเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และแนวคิดในการพัฒนาชุมชนของตัวเอง และฝากและถอนครอบคลุมพื้นที่ ในหมู่บ้านของตำบลบึงโขงหลง ทุกๆ เดือน ในแต่ละจุดจะถูกกำหนดให้มี 1 วันเป็น “วันซื้อ-ขายขยะ” ซึ่งชาวบ้านจะขนขยะครัวเรือนของตัวเองที่สะสมไว้ออกมาที่จุดนัดพบเพื่อทำการขายขยะ กติกาคือ สมาชิกจะสามารถถอนเงินสดออกไปได้ เมื่อมียอดเงินจากการขายขยะอยู่ในบัญชีมากกว่า 300 บาท ไม่เพียงเท่านั้น ธนาคารแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็น “กองทุนฌาปนกิจ” ซึ่งสมาชิกมีสิทธิจะได้รับประโยชน์จากกองทุนนี้ต่อเมื่อมีการขายขยะอย่างต่อเนื่อง เมื่อครัวเรือนใดมีผู้เสียชีวิต จะได้รับค่าฌาปนกิจศพ ปัจจุบันจะได้รับถึงรายละ 10,000 บาท
นายชัยมงคล กอรัตน์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่6 บ้านดงสว่าง เปิดเผยว่า ทุกครัวเรือน จะมีได้รับการส่งเสริมให้มีการคัดแยกขยะประเภทต่าง เช่น พลาสติก แก้ว กระดาษ อลูมิเนียม ส่วนขยะอันตรายประเภทมีพิษ ทางเทศบาลบึงโขงหลงจะจัดเก็บไว้นำส่ง อบจ.บึงกาฬ นำไปส่งยังจังหวัดระยองเพื่อกำจัดต่อไป เราส่งเสริมให้ชาวบ้านทำน้ำหมักชีวภาพ ทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร ทำน้ำยาเอนกประสงค์จากน้ำหมัก เลี้ยงไส้เดือน และใช้มูลสัตว์มาหมักเพื่อผลิตก๊าซหุงต้มไว้ใช้ในครัวเรือน ใช้วัสดุธรรมชาติแทนการใช้ถุงพลาสติก ซึ่งทำให้สามารถลดปริมาณขยะได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งที่เป็นจุดเด่นของชุมชน คือทุกกิจกรรมจะต้องดำเนินการในรูปแบบของคณะกรรมการหมู่บ้าน เป็นกลไกในการขับเคลื่อน ใครที่เป็นสมาชิกธนาคารขยะทุกคนจะได้รับสิทธิ์ ฌาปนกิจ คนละ10,000 บาทเมื่อเสียชีวิต ไม่เพียงสมาชิกเท่านั้น คนในครอบครัวของสมาชิกยังได้รับสิทธิ์ฌาปนกิจนี้ด้วย




นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวต่ออีกว่า นอกจากที่ระบบธนาคารขยะจะช่วยส่งเสริมพฤติกรรมการออมแล้ว กองทุนฌาปนกิจยังเป็นส่วนหนึ่งที่จูงใจให้ชาวบ้านเข้าร่วมได้เป็นอย่างดี เมื่อชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่มีเงินมากพอที่จะทำประกันชีวิต แล้วเห็นว่าการออมแบบนี้ได้เงินจริง และค่อยๆ ได้มากขึ้น ก็ยิ่งทำให้มีคนเห็นความสำคัญ และเข้าร่วมมากขึ้นเรื่อยๆจนทำให้ พื้นที่ตำบลบึงโขงหลงไม่มีถังขยะตามข้างทางในหมู่บ้านเลยเพราะชุมชนเขาสามารถจัดการกับขยะได้แบบเบ็ดเสร็จ โดยเน้นการจัดการขยะที่ต้นทาง จนทำให้ขยะทุกชิ้นในพื้นที่มีมูลค่าเมื่อชุมชนมีความตระหนักในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมร่วมกัน สร้างพลังสามัคคี และจะสามารถขยายจากชุมชนเล็กๆในหมู่สมาชิก ไปสู่ชุมชนขนาดใหญ่และก่อให้เกิดการลดปัญหาขยะของชาติได้ในที่สุด

cr. พงศ์พัทธ์ วงศ์ยะลา

« PREV
NEXT »

ไม่มีความคิดเห็น