BREAKING NEWS
latest

728x90

ad ad

468x60

ad ad

Slider

latest

Slider Right

randomposts4

ท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ

ท่องเที่ยว/block-7

ด่วน! อุบัติเหตุ-อาชญากรรม ล่าสุด

อุบัติเหตุ/block-1

ประชาสัมพันธ์

ประชาสัมพันธ์/block-1

การเกษตร-ชาวสวน

การเกษตร/block-6

เรื่องน่ารู้

เรื่องน่ารู้/block-6

ยาเสพติด-ยาบ้า

ยาเสพติด/block-5

คนหางาน งานหาคน

คนหางาน งานหาคน/block-1
งานราชการ/block-3

คลิปวีดีโอ | Clip

คลิป/block-3

บึงกาฬ | Buengkan

บึงกาฬ/block-1

ปากคาด | pakkhat

ปากคาด/block-1

ศรีวิไล | Siwilai

ศรีวิไล/block-1

พรเจริญ | phoncharoen

พรเจริญ/block-1

เซกา | seka

เซกา/block-1

บุ่งคล้า | BungKhla

บุ่งคล้า/block-1

โซ่พิสัย | sophisai

โซ่พิสัย/block-1

บึงโขงหลง | buengkhonglong

บึงโขงหลง/block-1

การศึกษา

สมัครเรียน/block-6

จิตอาสา

จิตอาสา/block-6

โรงแรม ที่พัก จ.บึงกาฬ

โรงแรม/block-3

แนะนำร้านอาหาร-ของฝาก

อาหาร/block-3

ซื้อ-ขาย

ซื้อขาย/block-1

หวย-สลากกินแบ่งรัฐบาล

สลากกินแบ่งรัฐบาล/block-7

ไอที-เทคโนโลยี

เทคโนโลยี/block-7

จังหวัดบึงกาฬ!!

จังหวัดบึงกาฬ/block-1
ท่องเที่ยว

Latest Articles

มูลนิธิจราจรจังหวัดบึงกาฬ ลงพื้นที่ตรวจสอบความเป็นอยู่ 6 ชีวิต บ.โนนวังเยี่ยม




วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564  เวลา 09:30 น. มูลนิธิจราจรจังหวัดบึงกาฬได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเป็นอยู่อีกทั้งที่อยู่อาศัย ณ บ้านเลขที่ 23 หมู่ 6 บ.โนนวังเยี่ยม ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ มีผู้อาศัยทั้งหมด 6 คนดังนี้

1. นาย สุภาพ ทับทิมหิน อายุ 84 ปี พิการทางการได้ยิน (พ่อ)

2. นาง กุ่ม ทับทิมหิน อายุ  87 ปี พิการด้านสายตาเดินไม่ได้ (แม่)

3. นาง อาจ กาหาวงค์ อายุ 54 ปี พิการ ด้านสายตา (บุตรสาว)

4. นาย สมบูรณ์ ทับทิมหิน อายุ 55 ปี รับจ้าง (บุตรชาย)

5. นาย สมบัติ ทับทิมหิน อายุ 53 ปี ผู้ดูแล พ่อ-แม่-พี่สาว

6. นาง หนูเดือน ทับทิมหิน (สะใภ้)

(รายอะเอียดดังนี้ )

มีเบี้ยผู้สูงอายุและผู้พิการรวม 3 รายจำนวน 4,000 บาท/เดือน เงินจำนวนดังกล่าวข้างต้นได้นำมาใช้จ่ายในครัวเรือนและจับจ่ายใช้ส่อยในครัวเรือน ทำให้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตต่อวัน สิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตได้เเก่ ข้าวสารเหนียว-ข้าวสารเจ้า/เครื่องอุปโภคบริโภค/เครื่องนุ่งห่ม/ผ้าอ้อม L/เสื้อกางเกงให้คุณพ่อสุภาพ/เงินจำนวนหนึ่งต่อการดำรงชีพ ทั้งนี้รายละเอียดที่ได้มา ได้รับข่าวสารจากบุตรชายทั้งสิ้นจึงแจ้งมาเพื่อทราบและพิจารณาต่อไปครับ






บึงกาฬ//ข่าว : มูลนิธิจราจรจังหวัดบึงกาฬ

มอบอุปกรณ์การเรียนให้กับนักเรียน 13โรงเรียน ในเขตอำเภอปากคาด




สว่างศรีวิไลฯ จุดบริการปากคาด (24 กุมภาพันธ์ 2564)  ได้รับมอบอุปกรณ์การเรียนจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จำนวน 700 ชุด ดังนี้

- สมุด 1,400 เล่ม

- ดินสอ 1,400 แท่ง

- ไม้บรรทัด 1,400 อัน 1 ชุดคือ สมุด 2 เล่มดินสอ 2 ด้ามไม้บรรทัด 2 อัน

เพื่อเป็นตัวแทนจากมูลนิธิป่อเต็กตึ้งนำไปแจกจ่ายให้กับนักเรียน ในเขตุอำเภอปากคาด

1.โรงเรียนบ้านห้วยไม้ซอด ต.ปากคาด 50 ชุด

2.โรงเรียนบ้านนากั้ง ต.นากั้ง60ชุด

3.โรงเรียนบ้านหนองบัว ต.นากั้ง 50 ชุด

4.โรงเรียนอนุบาลปากคาด ต.ปากคาด 50 ชุด

5.โรงเรียนบ้านไร่ต.นาดง 50 ชุด

6.โรงเรียนบ้านนาดงต.นาดง 60 ชุด

7.โรงเรียนบ้านโสกบง ต.นาดง 50 ชุด

8.โรงเรียนสิริพัต ต.หนองยอง 55 ชุด

9.โรงเรียนบ้านดาลบังบด  ต.นาดง 50 ชุด

10.โรงเรียนบ้านศรีสว่าง ต.สมสนุก 31 ชุด

11.โรงเรียนบ้านสมสนุก ต.สมสนุก 86 ชุด

12.โรงเรียนบ้านพรสวรรค์ ต.โนนศิลา  ชุด 51 ชุด

13.โรงเรียนบ้านโนนเสถียร ต.โนนศิลา 57 ชุด






บึงกาฬ//ข่าว : สว่างศรีวิไลฯ


อนาถ ! หนุ่มบึงกาฬออกล่าหนูนากลางคืน ปืนลั่นใส่สมองกระจาย(มีคลิป)




เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 24 ก.พ.พ.ต.ท.สมชัย ขมิ้นทอง สว.สอบสอบ สภ.เซกา อ.เซกา จ.บึงกาฬ ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิต อยู่บริเวณทุ่งนาท้ายหมู่บ้านห้วยผักขะ หมู่ที่ 4 ต.เซกา จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ธำรงชัย ไล้ทองดี ผกก.ทราบ จึงได้ประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐานบึงกาฬ พญ.โชติกา สิงหกุล แพทย์เวร รพ.เซกาและสมาคมกู้ภัยสัจจะธรรมเซกา ที่เกิดเหตุเป็นคันคูสระน้ำกลางทุ่งนาห่างจากหมู่บ้านราว 3 กิโลเมตร พบศพ นายวรายุทธ ไตรแก้ว อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62 หมู่ 4 บ้านห้วยผักขะ นอนหงายเสียชีวิตอยู่ข้างรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟไอ สีดำ-แดงทะเบียน 1 กฌ 8572 บึงกาฬ ผู้ตายใส่กางเกงขาสั้นลายพราง เสื้อแขนสั้นสีส้มคลุมทับด้วยเสื้อแขนยาวสีดำ สภาพศพกะโหลกศีรษะซีกซ้ายเปิด เศษมันสมองและชิ้นส่วนกะโหลกกระเด็นกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณห่างออกไปกว่า 20 เมตร โดยมีคราบเขม่าดินปืนติดอยู่ทั้งมือด้านซ้ายด้านขวาและที่หน้าผาก ข้างศพพบอาวุธปืนยาวชนิดไทยประดิษฐ์สภาพหักครึ่งตกอยู่ข้างๆ ในลักษณะปลายกระบอกปืนทิ่มปักจมลงไปในดินที่พึ่งทำคันดูลึกกว่า 10 ซม.นอกนั้นยังพบเครื่องมือซ่อมแซมปืน เช่น ไขควง คีม มีดปลายแหลม ตกอยู่ใกล้ๆ โดยมีรองเท้าผ้าใบสีขาวถอดทิ้งอย่างไม่เป็นระเบียบอยู่ใกล้กัน คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง 

จากการสอบสวน นางมณีวรรณ ไตรแก้ว อายุ 51 ปี มารดาผู้ตายให้การว่า ก่อนหน้านั้นช่วงกลางวันเห็นลูกชายซ่อมปืนอยู่ตนก็ไม่ได้สนใจอะไร พอมาช่วงค่ำเวลาประมาณ 3 ทุ่มลูกชายได้มาบอกกับตนว่า จะออกไปหายิงนกยิงหนูแถวทุ่งนาท้ายหมู่บ้าน ซึ่งก็เคยทำอย่างนี้เป็นประจำอยู่แล้ว แต่พอมาเช้านี้มีชาวบ้านมาบอกว่าพบลูกชายนอนเสียชีวิตอยู่ข้างคันคูสระน้ำที่พึงทำใหม่ จึงออกมาดูพบกลายเป็นศพดังกล่าว ซึ่งญาติๆ ก็ไม่ติดใจเอาความอะไร เพราะลูกชายก็ไม่ได้มีศัตรูที่ไหนอาจจะเป็นเพราะพลาดเอง จึงนำศพไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป











ด้าน พ.ต.อ.ธำรงชัย ไล้ทองดี ผกก.กล่าวว่า ผู้ตายมีนิสัยชอบเล่นปืนและตกแต่งปืนที่เกิดเหตุก็เป็นอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ หรือปืนแก๊ปที่ผู้ตายครอบครองอยู่ สันนิษฐานว่าคงเห็นเป้าหมายแล้วอาจเป็นหนูนาหรือสัตว์อื่นอยากให้อาวุธปืนตัวเองมีสมรรถนะมากจึงได้บรรจุทั้งลูกกระสุนและแก๊ปมากไปหน่อย ขณะที่นั่งซ่อมแซมปืนอยู่มืออาจไปหลงเหนียวไกปืน เป็นจังหวะที่ปลายกระบอกปืนมาอยู่ตรงใบหน้าพอดี เมื่อปืนลั่นพร้อมระเบิดในรังเพลิงจึงถูกใบหน้าเต็มๆ ทำให้ใบหน้า กะโหลกและมันสมองกระจายไปทั่ว ส่วนหนึ่งที่ตกไปไกลอาจเป็นสัตว์คาบหนีไปก็เป็นได้.







บึงกาฬ//ข่าว :  เกรียงไกร พรมจันทร์


ชาวสวนยางบึงกาฬ ผูกคอเสียชีวิต พร้อมทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรม





เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 64 เวลา 09:40 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีคนผูกคอเสียชีวิตที่สวนยาง หมู่ 8 บ้านหนองไฮ ต.หนองเข็ง อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมหน่วยกู้ภัยและแพทย์เวรเข้าตรวจสอบ   พบผู้เสียชีวิตเป็นชายใส่เสื้อสีดำกางเกงขายาวสีดำผูกคอตัวเองท่ายืนกับต้นไม้ เท้าขวายังแตะที่พื้น ไกล้กันมีรถซาเล้งของผู้ตายจอดอยู่ พร้อมมีจดหมายของผู้เสียชีวิตที่เขียนถึงสาเหตุแรงจูงใจที่ตัดสินใจผูกคอตัวเอง



ภาพข่าว ณัฐพงษ์ เข็มศิริ สจ.เมืองบึงกาฬ



ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมา คือนายสุเทพ หนูกล้วย อายุ 53 ปี เป็นชาวบ้านดอนปอ หมู่ 5 ต.หนองเข็ง อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ในความจดหมายนั้น นายสุเทพ หนูกล้วย ได้เขียนไว้ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา จดหมายร้องขอความเป็นธรรม ตัดพ้อถึงอำนาจรัฐ เรื่องการจ่ายเงินระบายเรื่องส่วนตัวและหนี้สินต่างๆที่ตัวเองแบกรับภาระ ใน ห.จ.ก.เฉลิมรุ่งเรือง ในจดหมายมีใจความดังนี้


สาเหตุ อย่างนี้ ผมในสถานะ คนทำงาน เป็นกรรมการร่วมห้างและเป็นคนหาเงินจ่ายแก่รัฐ เลยเป็นหนี้สินมากมาย

รัฐก็ไม่เห็นใจผู้รับจ้าง จะโอนเงินให้หลายครั้งแล้วก็ไม่โอนให้ เรียกเอาเงินร่วมสองล้านบาทแล้ว

ตอนนี้ผมหมดเงิน เพราะกระทรวงการคลัง ไม่โอนเงินเข้าให้ ห.จ.ก. เหลิมรุ่งเรือง 2019

ผมจึงขอความเป็นธรรมครับ ช่วยโอนเงินให้ ห.จ.ก. เฉลิมรุ่งเรือง 2019 เพื่อคนอยู่หลังเขาจะได้มีกินมีเงินดำรงค์ชีวิต


เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนหาสาเหตุและตรวจพิสูจน์หลักฐานพิมพ์ลายนิ้วมือลงบันทึกประจำวัน มอบศพผู้เสียชีวิตให้ญาติบำเพ็ญกุศลต่อไป



ภาพข่าว ณัฐพงษ์ เข็มศิริ สจ.เมืองบึงกาฬ

ภาพข่าว ณัฐพงษ์ เข็มศิริ สจ.เมืองบึงกาฬ

ภาพข่าว ณัฐพงษ์ เข็มศิริ สจ.เมืองบึงกาฬ


ภาพข่าว ณัฐพงษ์ เข็มศิริ สจ.เมืองบึงกาฬ




Cr.ณัฐพงษ์ เข็มศิริ สจ.เมืองบึงกาฬ

บึงกาฬร้องสื่อ ‼ รถพุ่งออกมาจากลานยางติดถนน ทำให้เกิดอุบัติเหตุ




ลานยางติดถนนไม่มีมาตรการความปลอดภัย ดูแลการเข้า-ออก ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนสัญจรไปมาเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ....ล่าสุด ตาย 1 ราย สาหัส 1 ราย


ในพื้นที่ของตำบลหนองเลิงมีหลายจุดที่มีลานยางติดถนน ไม่มีมาตรการความปลอดภัย ดูแลการเข้า-ออก ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อยากจะให้มีการแก้ไขจุดที่มีการตั้งลานยาง ลานยางติดถนน จุดบอด จุดอับต่างๆ ให้ย้ายไปในจุดที่เหมาะสม ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องลงมาดูแล ช่วยเหลือชาวบ้านหน่อยครับ เพราะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

ตนได้ร้องเรียนไปยังเทศบาลตำบลหนองเลิงแล้ว ทางเทศบาลตำบลหนองเลิงแจ้งว่าจะส่งหนังสื่อถึงจังหวัด ต้องรอทางจังหวัดดำเนินการ ที่ผ่านมาก็เคยมีการดำเนินการมาแล้ว แต่ก็ยังเหมือนเดิม

ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 64 ที่ลานยางบ้านสรรเสริญ ต.หนองเลิง อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ก็ได้เกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิตที่เกิดเหตุเป็นหญิง 1 ราย สาหัส 1 ราย ลานยางติดถนนไม่มีมาตรการดูแลการเข้า-ออกของรถ รถพุ่งออกมาจากลานยาง ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น เข้าออกไม่นึกถึงความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน สัญจรไปมาบนเส้นทางหลัก เป็นเหตุหลานสาวเสียชีวิต อยากให้เคสหลานสาวเป็นเคสสุดท้าย ..." สมเพท พลวาวแวว "


เตือนภัย! ผู้ใช้รถใช้ถนน "โปรดระวัง" ก่อสร้าง ไม่มีสัญญาณไฟ






แจ้งเตือนผู้ใช้รถใช้ถนน โปรดระวัง !  ...บริเวณหน้าร้านสมชายไดนาโม มีการก่อสร้างเกาะกลางถนน ไม่มีสัญญาณไฟแจ้งเตือน ป้ายไม่ชัดเจน เลยทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนน มองไม่เห็น จึงเกิดอุบัติเหตุขึ้น


" 20 กุมภาพันธ์ 64 : ฝากแจ้งเตือนอุบัติเหตุ ถนนบึงกาฬ-พังโคน บริเวณหน้าร้านสมชายไดนาโม บ.เอราวัณ ต.พรเจริญ อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ เนื่องจากมีการก่อสร้างเกาะกลางถนน ไม่มีสัญญาณไฟแจ้งเตือน ป้ายไม่ชัดเจน เลยทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนน มองไม่เห็น จึงเกิดอุบัติเหตุขึ้น ...ล่าสุด!! สองรายในวันเดียวกัน / รายแรกเวลาประมาณ 18.30 น. / รายที่สองประมาณเวลา 20.00 น. / ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่รถยนต์เสียหาย ยางระเบิด "








แทบช็อค ‼ สาวร้องสื่อ สภาพจอดรถไว้หน้าร้าน(มีคลิป)




แทบช็อค ‼ สาวร้องสื่อ จอดรถไว้หน้าร้านเหล้า หลังดื่มเสร็จกลับออกมาเจอสภาพรถตัวเอง แทบช็อค.... ขอความช่วยเหลือท่านที่เห็นเหตุการณ์


" พอดีไปดื่มที่ร้านเหล้าแล้วจอดรถจักรยานยนต์ไว้ ที่ร้าน ซิกเนเจอร์ ร้านเหล้าเปิดใหม่ แล้วพอร้านเหล้าปิดเดินกลับมาที่รถก็เจอรถในสภาพแบบนี้ ไม่รุู้ว่าแถวนั้นมีกล้องหรือป่าว ขอความยุติธรรมหน่อยค่ะ ...เปิ้ล ลี่ "

" คิดว่าชนล้ม ไฟเลี้ยวแตก  ...เปิ้ล ลี่ "










ป.ป.ช. บึงกาฬ เปิดเวทีชุมชนเพื่อแก้ปัญหาต้นไม้ยืนต้นตายที่หนองสาธารณะบึงกาฬ




เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 นายหิรัญ  ไชยกันยา ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับชมรม STRONG - จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดบึงกาฬ จัดกิจกรรมเวทีชุมชน ที่ศาลาประชาคมบ้านบึงสวรรค์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังวัดบึงกาฬ เพื่อแก้ไขปัญหากรณีที่มีการร้องเรียนผ่านสื่อ เกี่ยวกับการจัดการไม้ยืนต้นตาย ที่สวนสาธารณะหนองบึงกาฬ โดยได้ร่วมมือกับโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดบึงกาฬ เทศบาลเมืองบึงกาฬ และผู้นำชุมชนในท้องที่ โดยได้ข้อสรุปว่าจะดำเนินการโค่นหรือขุดไม้ยืนต้นตายจำนวน 63 ต้น ออกทั้งหมด

โดยเทศบาลเมืองบึงกาฬ คาดว่าจะดำเนินการให้เรียบร้อยภายใน 2 เดือน ในส่วนจะบริหารจัดการกับต้นไม้ที่รื้อถอนออกยังไงนั้น ทางรองปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ แจ้งว่าต้องดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และจะทำการประชาคมเพื่อขอมติอีกครั้งในคราวต่อไป












บึงกาฬ//ข่าว : ธรรมชาติ ทองบุตดี


"สาวบึงกาฬ" รับจ้างกรีดยาง โชคดีถูกรางวัลที่ 1 รับ 6 ล้าน(มีคลิป)





เรื่องราวของสาวน้อยวัยเพียง 25 ปีมีอาชีพรับจ้างกรีดยางพารา ผู้โชคดีจะไปซื้อของในตลาดสด ระหว่างทางพบรถชนกัน รถยนต์เสียหายแต่ จยย.คนขี่เสียชีวิตคาที่ สะดุดตาเอาเลขท้ายทะเบียนรถ จยย.ที่ลงท้ายด้วย 03 ถึงตลาดจึงถามแม่ค้าหายลอตเตอรี่ที่มีเหลืออยู่เพียงใบเดียวคือหมายเลข 424603 กลับถึงบ้านเป็นเวลาหวยออกพอดี ซึ่งตรงกันกับที่พึ่งซื้อมา ถึงได้เฮลั่นบ้านทั้งสามีและญาติพี่น้อง

เมื่อเวลา 07.00 นวันที่ 18 ก.พ.ผู้สื่อข่าวจังหวัดบึงกาฬได้รับแจ้งว่ามีชาวสวนยางถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 จำนวน 1 ใบกำลังเดินทางไปรับเงินที่ กทม.จึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 7 หมู่ที่ 10 บ้านวังด่าน ตำบลหอคำอำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ทราบชื่อผู้โชคดีว่า นางสาวอรอนงค์หรือโอ๋ ออมชมภู อายุ 25 ปี กำลังนั่งพูดคุยกันอยู่กับญาติ ๆ โดยนางสาวอรอนงค์หรือโอ๋ ยอมรับว่าตนคือผู้โชคดีที่ถูกรางวัลที่ 1 จริงๆ ได้เล่าที่ไปที่มาของความเฮงครั้งนี้ให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า บ่ายวันที่ 16 ก.พ.หลังขายยางก้อนถ้วยได้เงินแล้ว ได้เดินทางไปหาซื้อของกินของใช้ที่ตลาดสดอำเภอปากคาดที่อยู่ใกล้บ้าน ระว่างทางพบอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถจักรยานยนต์ คนขี่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ แต่สายตาไปสะดุดที่เลขทะเบียนรถ จยย.ที่ลงท้ายด้วย 03 









เมื่อเดินทางเข้าไปถึงตลาดสดเทศบาลตำบลปากคาด มีแม่ค้าขายลอตเตอรี่เดินทางเข้ามาหาพร้อมกับเสนอขายลอตเตอรี่ที่เหลือเพียงไม่กี่ใบ ตนจึงถามว่ามีเลขลงท้ายด้วย 03 ไหม ปรากฏว่าเหลืออยู่ใบเดียวพอดี เพราะเป็นช่วงบ่ายใกล้เวลาหวยออก จึงได้ซื้อเอามาเป็นลอตเตอรี่หมายเลข 424603 ก็ไม่ได้หวังว่าจะถูกรางวัลใหญ่โตอะไร เพราะตั้งแต่ปีใหม่มานี้เคยถูกหวยมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งนี้ก็คิดว่าไม่ถูกเลขท้าย 3 ตัวหรือไม่ก็ 2 ตัวท้ายก็พอ เมื่อกลับถึงบ้านจังหวะที่ถ่ายทอดสดลอตเตอรี่ออกพอดีจึงได้นั่งดูเห็นรางวัลที่ 1 ออกตรงกับเลขลอตเตอรี่ตัวเองที่ซื้อเอาไว้คือ 424603 จึงได้ดีใจเฮกันทั้งบ้านทั้งสามีและพ่อแม่ 

นางสาวอรอนงค์ สาวรับจ้างกรีดยางผู้โชคดี กล่าวต่อไปว่าหลังจากรู้ว่าถูกรางวัลที่ 1 จึงเดินทางไปพบกับ ร.ต.อ.ณรงค์ ศรีมาตร ร้อยเวร สภ.หอคำ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และเมื่อวานนี้ได้ไปเปิดบัญชีกับธนาคารแห่งหนึ่งเอาไว้ เพื่อรองรับการโอนเงินและในวันนี้จะเดินทางเข้าไปรับเงินที่กองสลาก จะนำเงินเข้าฝากประจำไว้ ประมาณ 4 ล้านบาทเพื่อเป็นทุนการศึกษาของบุตรชายที่มีอยู่คนเดียววัยเพียง 3 ขวบ ส่วนหนึ่งก็จะแบ่งใช้หนี้ให้แม่ซึ่งเป็นหนี้อยู่กับ ธกส.และเก็บไว้สร้างบ้านหลังเล็กๆ พออยู่อาศัย ซึ่งได้เตรียมถมที่ไว้แล้ว นอกนั้นก็จะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้มีพระคุณและเจ้ากรรมนายเวรต่อไป ส่วนอาชีพรับจ้างกรีดยางที่มีอยู่ประมาณ 1,200 ต้นแบ่งรายได้กัน 50-50 ก็พอกินพอใช้ ซึ่งเจ้าสวนยางก็สอบถามตนอยู่ว่าหากรวย 6 ล้านแล้วจะยังมารับจ้างกรีดยางต่อหรือไม่ ตนก็ตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่ามากรีดเหมือนเดิม เพราะใกล้บ้านและเป็นอาชีพที่บริสุทธิ์



บึงกาฬ//ข่าว : เกรียงไกร  พรมจันทร์


"10ปี บึงกาฬ" 20-26 มีนาคม 64 ณ บริเวณถนนข้าวเม่าริมโขง




จังหวัดบึงกาฬ กำหนดการจัดงานวันสถาปนา และงานของดีจังหวัดบึงกาฬ ประจำปี 2564 ครบรอบ 10 ปี แห่งการพัฒนา สู่การสร้างเมือง สร้างคน สร้างรายได้ ระหว่างวันที่ 20 – 26 มีนาคม 2564

จังหวัดบึงกาฬ กำหนดจัดงานวันสถาปนาและงานของดี จังหวัดบึงกาฬ ประจำปี 2564 ครบรอบ 10 ปี หรือ 1 ทศวรรษ แห่งการพัฒนา ระหว่างวันที่ 24-26 มีนาคม 2554 ณ บริเวณถนนข้าวเม่าริมโขง อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เพื่อเผยแพร่สินค้าของดีจังหวัดบึงกาฬ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อและรับรู้กันอย่างแพร่หลาย

สำหรับกิจกรรมภายในงานวันสถาปนาและงานของดีจังหวัดบึงกาฬ ในปีที่ผ่านมาประกอบไปด้วย การแสดง แสง สี เสียง ตำนานเมืองบึงกาฬ การเดินแบบชุดผ้าไทยพื้นเมือง การประกวดนางสาวบึงกาฬ การประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่ง การลุ้นรางวัลกับร้านนาคากาชาด รวมถึงการจัดแสดงจัดจำหน่ายสินค้า OTOP จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย และในการจัดงานที่กำลังจะเกิดขึ้นในครั้งนี้ ทางจังหวัดบึงกาฬอยู่ระหว่างการเตรียมพร้อมการจัดงานให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งในรายละเอียดทางจังหวัดจะมีการนำเสนอให้ประชาชนทราบอีกครั้ง

สำหรับอำเภอบึงกาฬ ถูกเสนอผ่านสภาผู้แทนราษฎรให้ยกฐานะเป็นจังหวัดบึงกาฬ เป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2537 โดยกำหนดจะแยกพื้นที่อำเภอบึงกาฬ อำเภอปากคาด อำเภอโซ่พิสัย อำเภอพรเจริญ อำเภอเซกา อำเภอบึงโขงหลง อำเภอศรีวิไล และอำเภอบุ่งคล้า ออกจากจังหวัดหนองคาย รวมเป็นท้องที่ทั้งหมด 4,305 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรประมาณ 390,000 คน อย่างไรก็ดี กระทรวงมหาดไทย แจ้งผลการพิจารณาว่า ยังไม่มีแผนที่จะยกฐานะอำเภอบึงกาฬขึ้นเป็นจังหวัด เพราะการจัดตั้งจังหวัดใหม่เป็นการเพิ่มภาระด้านงบประมาณ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มกำลังคนภาครัฐ ซึ่งจะขัดกับมติคณะรัฐมนตรี

กระทั่ง 20 ปีต่อมา ในปี พ.ศ. 2553 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ยื่นกระทู้สดถามนายกรัฐมนตรีเรื่องการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ กระทรวงมหาดไทยจึงได้นำเรื่องการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ เสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง เพื่อยก "ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. ..." โดยผลการสำรวจความเห็นของประชาชนจังหวัดหนองคายในคราวเดียวกัน ร้อยละ 98.83 เห็นด้วยกับการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ ต่อมาเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2553 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้จัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น จึงถวายร่างพระราชบัญญัติให้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงลงพระปรมาภิไธย โดยทรงลงเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 นำประกาศเป็น "พระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. 2554" ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2554 และมีผลบังคับใช้ในวันต่อมา คือ วันที่ 23 มีนาคม 2554

โดยเหตุผลประกาศใช้ในพระราชบัญญัติ มีว่า "...เนื่องจากจังหวัดหนองคายเป็นจังหวัดที่มีท้องที่ติดชายแดน และมีลักษณะภูมิประเทศเป็นแนวยาว ทำให้การติดต่อระหว่างอำเภอที่ห่างไกลและจังหวัดเป็นไปด้วยความยากลำบาก และใช้ระยะเวลาในการเดินทางมากเกินควร ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการจัดระเบียบการปกครอง การรักษาความมั่นคง และการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในท้องที่ สมควรแยกอำเภอบึงกาฬ อำเภอเซกา อำเภอโซ่พิสัย อำเภอบุ่งคล้า อำเภอบึงโขงหลง อำเภอปากคาด อำเภอพรเจริญ และอำเภอศรีวิไล จังหวัดหนองคาย ออกจากการปกครองของจังหวัดหนองคาย รวมตั้งขึ้นเป็นจังหวัดบึงกาฬ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้"


บึงกาฬ//ข่าว : สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์