BREAKING NEWS
latest

728x90

ad ad

468x60

ad ad

Slider

latest

Slider Right

randomposts4

ท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ

ท่องเที่ยว/block-7

ด่วน! อุบัติเหตุ-อาชญากรรม ล่าสุด

อุบัติเหตุ/block-1

ประชาสัมพันธ์

ประชาสัมพันธ์/block-1

การเกษตร-ชาวสวน

การเกษตร/block-6

เรื่องน่ารู้

เรื่องน่ารู้/block-6

ยาเสพติด-ยาบ้า

ยาเสพติด/block-5

คนหางาน งานหาคน

คนหางาน งานหาคน/block-1
งานราชการ/block-3

คลิปวีดีโอ | Clip

คลิป/block-3

บึงกาฬ | Buengkan

บึงกาฬ/block-1

ปากคาด | pakkhat

ปากคาด/block-1

ศรีวิไล | Siwilai

ศรีวิไล/block-1

พรเจริญ | phoncharoen

พรเจริญ/block-1

เซกา | seka

เซกา/block-1

บุ่งคล้า | BungKhla

บุ่งคล้า/block-1

โซ่พิสัย | sophisai

โซ่พิสัย/block-1

บึงโขงหลง | buengkhonglong

บึงโขงหลง/block-1

การศึกษา

สมัครเรียน/block-6

จิตอาสา

จิตอาสา/block-6

โรงแรม ที่พัก จ.บึงกาฬ

โรงแรม/block-3

แนะนำร้านอาหาร-ของฝาก

อาหาร/block-3

ซื้อ-ขาย

ซื้อขาย/block-1

หวย-สลากกินแบ่งรัฐบาล

สลากกินแบ่งรัฐบาล/block-7

ไอที-เทคโนโลยี

เทคโนโลยี/block-7

จังหวัดบึงกาฬ!!

จังหวัดบึงกาฬ/block-1
ท่องเที่ยว

Latest Articles

เสียชีวิตที่เกิดเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถหกล้อ ถนนโซ่-ปากคาด




วันที่ 22 มกราคม 2564 เวลาประมาณ 10.42 น. เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถหกล้อ ถนนโซ่-ปากคาด บริเวณบ้านโนนแก้ว ต.หนองพันทา อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ อาสาออกตรวจสอบพบรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน 2กข กรุงเทพมหานคร 6652 และรถหกล้อโรงน้ำดื่ม หมายเลขทะเบียน 80-2517 บึงกาฬ มีผู้บาดเจ็บ เป็นชาย 1 ราย เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์(ไม่เปิดเผยชื่อ-นามสกุล) นอนนิ่งไม่รู้สึกตัว กู้ชีพทำการ cpr ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา

กู้ชีพนำส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการชันสูตรพลิกศพต่อไปครับ










สว่างศรีวิไลฯ


ศรีวิไล พบหนุ่ม24ปี นอนเสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุภายในบ้าน




วันที่ 22 มกราคม 64 เวลา 15.25 น. รับแจ้งเหตุคนนอนเสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ ที่บ้านห้วยลึก ม.10 ต.ชุมภูพร อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ อาสากู้ภัยออกตรวจสอบที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต เป็นชาย 1 ราย นอนเสียชีวิตภายในบ้านของตัวเองสภาพศพสวมเสื้อแขนยาวสีแดงและกางขายาวลายสก๊อต ร้อยเวร30 สภ.ศรีวิไล และแพทย์เวร รพ.ศรีวิไล ชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต คาดว่าน่าจะเสียชีวิตจากโรคประจำตัว

ทราบชื่อต่อมาชื่อ นายนฤเบศร์ ทาหอม อายุ 24 ปี

อาสากู้ภัยพิมพ์นิ้วมือผู้เสียชีวิต พร้อมเก็บกู้ร่างส่งมอบให้ญาติบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป








สว่างศรีวิไลฯ

เสียชีวิตคาที่ !! เก๋งเสียหลักพุ่งชนคุณตาสามล้อวัย 79 ปี ขณะจอดข้างทางลงมาเดิน




วันที่ 21 มกราคม 2564 เวลา 12.40 น. เกิดอุบัติเหตรถเก๋งชนประสานงานกับรถสามล้อ ถนนพรเจริญ-โซ่พิสัย บริเวณหน้ากอแก้วรีสอร์ท บ้านดอนน้อย ต.ดอนหญ้านาง อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ ที่เกิดเหตุพบรถสามล้อจอดอยู่ข้างทาง และพบรถเก๋ง ยี่ห้อฟอร์ดสีขาว หมายเลขทะเบียน กก562 บึงกาฬ จอดเสียหลักอยู่ข้างทาง สภาพรถเก๋งไฟหน้ารถข้างซ้ายแตก และกระจกส่องข้างซ้ายแตกหัก ผู้ขับขี่รถเก๋ง บาดเจ็บเล็กน้อย

กู้สว่างศรีวิไลฯจุดพรเจริญ ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ผู้บาดเจ็บไม่ ประสงค์ รพ. ข้างๆพบผู้เสียชีวิตที่เกิดเหตุ 1 ราย เป็นเพศชาย สภาพศพขาทั้งสองข้างผิดรูป และมีเลือดออกบริเวณศรีษะจำนวนมาก ทราบชื่อ นายหนู จอมไพรศรี อายุ 79 ปี บ้านโคกสว่าง ต.ดอนหญ้านาง อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ

สอบถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์ ให้ความว่า ผู้ขับขี่รถสามล้อได้จอดรถไว้ข้างทาง และตนได้ลงจากรถมาเดินอยู่ข้างทาง รถเก๋งโดยสารผ่านมา เสียหลักชนเข้ากับผู้ขับขี่รถสามล้อ จนทำให้เสียชีวิตที่เกิดเหตุ 

กู้ภัยสว่างศรีวิไลฯจุดพรเจริญ ร่วมกับร้อยเวร30 สภ.ดอนหญ้านาง ร.ต.อ.นัฐพล คำสีดา และแพทย์เวร รพ.พรเจริญ นพ.ปาณัท เลิศมหาฤทธิ์ ร่วมชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตที่เกิดเหตุ

กู้ภัยสว่างศรีวิไลฯจุดพรเจริญ เก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิต นำส่งกลับภูมิลำเนาบ้านเลขที่ 55 หมู่ 2 บ้านโคกสว่าง ต.ดอนหญ้านาง อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ บริการอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ผู้เสียชีวิต นำมอบให้ญาติบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป










Cr.สว่างศรีวิไลฯ


บึงกาฬ"แม่ทัพภาคที่ 2" ตรวจงานด้านความมั่นคงและการเฝ้าระวังโรคโควิด

 




แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานด้านความมั่นคง ของ กอ.รมน.จังหวัดบึงกาฬ เพื่อรับทราบปัญหาข้อขัดข้องและแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาด้านยาเสพติด การบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 การกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว บ่อนการพนัน และด้านการค้าชายแดน






วันที่ 20 ม.ค. ที่ห้องประชุมภูทอก ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ พล.ท.ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม  แม่ทัพภาคที่ 2 /ผอ.รมน.ภาค 2 พร้อมคณะได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานด้านความมั่นคง กอ.รมน.จังหวัด บึงกาฬ โดยมีนายสนิท ขาวสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ/ผอ.กอ.รมน.จ.บึงกาฬ ,นายนฤชา โฆษาศรีวิไลช์ รองผู้ว่าราชจังหวัด พ.อ.ยรรยง แสงฮาด รอง ผอ.กอ.รมน.จ.บึงกาฬ พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ และรายงานแนวทางการปรึกษาหารือ และแนวทางการแก้ไขปัญหา ของงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ๆ รับผิดชอบ 

จากนั้นเดินทางไปตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการนักท่องเที่ยว ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด -19 ภายในโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศหินสามวาฬ ในเขตพื้นที่ศูนย์จัดการกลุ่มป่าสงวนแห่งชาติที่ 154 หรือที่เรียกสั้นๆว่า “ภูสิงห์” ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวน ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์และป่าดงสีชมพู ท้องที่บ้านโนนไทรทอง หมู่ที่ 8 ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ โดยมีนายสถาพร ปัททุม นักวิชาการป่าไม้ รักษาการหัวหน้าโครงการ นายสุรัต วิเศษลา หัวหน้าศูนย์ป่าไม้จังหวัดบึงกาฬ พร้อมเจ้าหน้าที่ป่าไม้ให้การต้อนรับ และรายงานผลการปฏิบัติ ให้ พล.ท.ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม แม่ทัพภาคที่ 2 ได้รับทราบ 

พล.ท.ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม  แม่ทัพภาคที่ 2 /ผอ.รมน.ภาค 2 กล่าวว่า วันนี้ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดบึงกาฬ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการปฏิบัติหน้าที่ และรับฟังปัญหาข้อขัดข้องและหารือแนวทางในการแก้ไขปัญหาด้านยาเสพติด การบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ การกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว บ่อนการพนัน ด้านการค้าชายแดน และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในพื้นที่










บึงกาฬ//ข่าว : เกรียงไกร พรมจันทร์


จับแล้วแก๊งเงินกู้โหดชกหน้ายายวัย 66 ลูกหนี้หน้าแตกหงายหลังสลบ




คืบหน้าเกี่ยวกับคดีแก๊งทวงหนี้โหดขับเก๋ง 2 คนไปทวงหนี้ยายวัย 66 ปีถึงหน้าบ้าน ในเขตเทศบ้านเมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ เจ้าหนี้ขอดูบัญชีหนี้ที่เหลือ ซึ่งหน้าจะไม่เกิน 2,000 บาท แต่คนเก็บเงินอ้างยายลูกนี้พูดไม่ดีใส่ก่อน จึงโมโหชกหน้าไป 1 ทีได้รับบาดเจ็บดังกล่าว หลังก่อแหตุได้ขับรถพากันหลบหนีไปหนองคายพักอาศัยบ้านนายทุน พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ทั้งบึงกาฬและหนองคาย ร่วมกันติดตามจับกุมแก๊งเงินกู้มาได้ทั้ง 4 คนนายทุนอีก 1 รวมเป็น 5 คน 

จากกรณีแก๊งทวงเงินกู้นอกระบบ ใช้กำปั้นชกหน้านางสุมาลี โพธิสว่าง อายุ 66 ปี ที่อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 1 ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ จนล้มตึงหงายท้องท้ายทอยฟาดพื้นปืนสลบ นายบุญมี ไชยนาม อายุ 70 ปี สามีอยู่ในเหตุการณ์จึงหามภรรยาส่ง รพ.บึงกาฬ หมอเย็บหน้าผากไป 4 เข็ม ท้ายทอยแตกปริ หลังนอนพักรักษาตัว 1 คืน ได้เดินทางเข้าแจ้งกับ ร.ต.อ.รัฐพล เดชนรสิงห์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองบึงกาฬ ให้ดำเนินคดีกับแก๊งเงินกู้โหด หลังก่อเหตุได้ขับรถเก๋ง 2 คันมียี่ห้อมิตซูบิชิ สีดำ ทะเบียน ขษ 3275 นครราชสีมา และเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีขาว จำเลขทะเบียน หมวดอักษรและจังหวัดไม่ได้ มีชายเดินลงมาจากรถ 4 คนมีการสอบถามและต่อว่ากันทั้ง 2 ฝ่ายก่อน 1 ใน 4 แก๊งเงินกู้จะปรี่เข้าไปชกหน้ายายลูกหนี้วัย 66 ปี หลังก่อเหตุขับรถหนีไป ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

---------------





วันที่ 18 ม.ค. เวลา 15.00 น. พล.ต.ต.สมศักดิ์ คงไพบูลย์ ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ พ.อ.ยรรยง แสงฮาด รอง ผอ.กอ รมน.บึงกาฬ ,พ.ต.อ.สุกฤษณ์ ข้อร่วมคิด ผกก.สืบสวน ภ.จว.บึงกาฬ ,พ.ต.อ.วิชยานนท์ นิติกุล ผกก.สภ.เมืองบึงกาฬ แถลงข่าวการจับกุม 1.นายสมาพล หรือ เก่ง ไชยศิริ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 91/3 ม.2 ต.ดงขวาง อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี ตามหมายจับของศาลจังหวัดบึงกาฬที่ 11/2564 ลง16 มกราคม 2564 ได้ที่บริเวณสวนสาธารณะหนองถิ่น ต.มีชัย อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย  พร้อมพวกคือ 2.นายนัฐพล หรือต้อง มุนิล อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 267/1 ม.17 ต.หนองกรด อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ 3.นายศิวกร บุญสลี อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2489 ม.1 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 4.นายอิศรศ ดงทอง อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59 หมู่ 7 ต.หนองขาม อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ และ5.นายสมพงษ์ จันแจ้ง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 211 ม.7 ต.กวนวัน อ.เมือง จ.หนองคาย พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือจำนวน 5 เครื่อง รถเก๋งยี่ห้อซูซูกิ สีดำ ทะเบียน ขษ 3275 นครราชสีมาคันขับมาก่อเหตุ 

พล.ต.ต.สมศักดิ์ ผบก.ภ.จว.บึงกาฬกล่าวว่า คดีนี้ผู้บังคับบัญชาให้ความสนใจ เพราะเป็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ทำมาหากิน พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ รอง ผบก.ภ.4 ลงพื้นที่ควบคุมสั่งการ พ.ต.อ.อารัก มาสาธานัง รอง ผบก.บึงกาฬ วางแนวทางการสืบสวนจับกุมพร้อมชุดสืบสวนภาค 4 และชุดสืบสวนหนองคายแลบึงกาฬ ออกติดตามจนทราบว่าแก๊งเงินกู้รายนี้อยู่ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย จึงขอศาลออกหมายจับทั้ง 4 คนที่ร่วมกันก่อเหตุทำร้ายร่างกายลูกหนี้ได้รับบาดเจ็บตามที่เป็นข่าว ซึ่งตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ จะได้มีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอีก เพราะคดีก่อนที่เพิ่งเกิดขึ้นมาไม่นานก็สามารถจับกุมนายทุนตัวการที่ลงมือทำร้ายลูกหนี้จนบาดเจ็บเช่นกัน โดยจะให้ชุดสืบสวนไล่ทำประวัติถ่ายรูปนายทุนเงินกู้ที่เข้ามาหากินในพื้นที่บึงกาฬไว้ หากมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นอีกก็จะได้รู้ทันทีว่าใครเป็นคนทำ  

ส่วนคดีนี้ ได้ตั้งข้อหากับแก๊งเงินกู้ดังกล่าวว่า ร่วมกันให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการอำพรางการให้กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ 2.ร่วมกันทวงหนี้โดยการข่มขู่ ใช้ความรุนแรงหรือการกระทำอื่นใดที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกายของลูกหนี้  3.ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ 4.เสพยาบ้าฯ นำตัวส่งดำเนินคดี โดยมีนายศิวกร หรือเฟรม บุญสลี รับว่าตนเองได้ร่วมกับพวกไปเก็บเงินจริงและเป็นคนลงมือทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจริง อ้างว่านางสุมาลี โพธิสว่าง อายุ 66 ปีลูกหนี้ด่าและพูดไม่ดีให้ตนก่อนจึงเกิดความโมโหระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่จึงชกหน้าไป 1 ทีไม่คิดว่าจะอาการหนักเพียงนี้.











ภาพข่าว : สายตรวจบึงกาฬ,เกรียงไกร พรมจันทร์

บึงกาฬ//ข่าว : เกรียงไกร พรมจันทร์

บึงกาฬรับงานได้ แต่ต้องตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19(มีคลิป)





กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจวงดนตรี (รถแห่) รวมตัวกันเข้ายื่นหนังสือ ...ได้รับการชี้แจงจัดงานได้ แต่ต้องทำตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19

วันที่ 18 มกราคม 2564 เวลา 10.30 น. นายสนิท ขาวสอาด ผู้ว่าฯ จังหวัดบึงกาฬ ผู้ว่าฯ จังหวัดบึงกาฬ ได้มอบหมายศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบึงกาฬ กอ.รมน.จ.บึงกาฬ และที่ทำการปกครองจังหวัดบึงกาฬ (ป้องกันจังหวัด) ร่วมกันรับเรื่องร้องเรียน และรับข้อเสนอแนะจากกลุ่มผู้ประกอบกิจการแสดงดนตรี (รถแห่) ในพื้นที่จำนวน 23 ราย ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมโรคติดต่อ โควิด 19 ณ ห้องประชุมศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบึงกาฬ ศาลากลางจังหวัดชั้น 1 จากการหารือร่วมกัน ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบึงกาฬ ได้ชี้แจงมาตรการของจังหวัดให้ผู้ประกอบธุรกิจทราบ และเป็นที่เข้าใจจึงได้เดินทางกลับ

ทั้งนี้ จะได้นำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคประจำจังหวัด เพื่อประเมินสถาณการณ์ ในคราวต่อไป










------------------

การจัดต้องทำแผน ดังนี้

มีผู้เข้าร่วมกี่คน ?

มีวิธีป้องกันยังไง มีการคัดกรองไหม ? และ ไปยื่นขออนุญาตต่อคณะกรรมการควบคุมโรคของพื้นที่นั้นๆๆโดยมีนายอำเภอเป็นประธานครับ


ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 17 มกราคม 2564




สลากกินแบ่งรัฐบาล/17 มกราคม 2564
หมวดหมู่เลขที่ออกรางวัล
รางวัลที่ 13843956,000,000 บาท
เลขหน้า 3 ตัว653 3674,000 บาท
เลขท้าย 3 ตัว566 8784,000 บาท
เลขท้าย 2 ตัว152,000 บาท

รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1: รางวัล 100,000 บาท
384396384394

รางวัลที่ 2: รางวัล 200,000 บาท
231007788724323948177520394142

รางวัลที่ 3: รางวัล 80,000 บาท
032732091718561476555122296997915778614475399658482727310475

รางวัลที่ 4: รางวัล 40,000 บาท
915839041730491441658447963864064982445989488934155182828762800980667634319267571797362907679357019581878632165811522461976765314136050202294899578462639393533195985420020162629002445244437093995594511246016674610948225876126189385971198094493820595994225769501929459912834333878459847443775492288692


รางวัลที่ 5: รางวัล 20,000 บาท

133292661869677211040995614098815895140676492516242840241093226921857649271148929004559493463325151781121136861845768286478928380696403093058762615044715804762306796168844357130033724160864442857074754763982189306146105703111168628217294800783493524300478478797344027027364079021110742618794655957940453850672068489086441293799388218200717110483150165991384411507839422176548880220780662923839423509035012323870711129870667661092078184199058546704933348530800017437656640587377602206258360771612692691643074497175228016591125507081100181931263837905616632700268315301568137599387215387776846831654436





มท.3 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว ของ จ.บึงกาฬ(มีคลิป)




มท.3 ลงพื้นที่สำรวจและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวหินสามวาฬ เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่

วันที่ 15 มกราคม 2564 เวลา 14.30 น. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ลงพื้นที่ “หินสามวาฬ” บนภูสิงห์ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดบึงกาฬ ตามโครงการปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวและเรียนรู้ทางธรรมชาติหินสามวาฬ เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ โดยนายสนิท ขาวสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ได้มอบหมายให้ปลัดจังหวัดบึงกาฬ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ

สำหรับแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศหินสามวาฬ อยู่ในเขตพื้นที่ศูนย์จัดการกลุ่มป่าสงวนแห่งชาติที่ 154 หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “ภูสิงห์” ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวน ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู ท้องที่บ้านโนนไทรทอง หมู่ที่ 8 ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ หรือเรียกสั้นๆ ว่า “ภูสิงห์”

ในช่วงเช้าคือช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวนิยม ขึ้นไปชมแสงแรกของวันที่โผล่พ้นขึ้นมาจากฝั่ง สปป.ลาว กระทบกับสายหมอกบางๆ สร้างบรรยากาศสุดชดชื่นในยามเช้า โดยเฉพาะจุดชมวิว “หินสามวาฬ” ทุกคนต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก

จุดชมวิวสำคัญ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่สุด คือ “หินสามวาฬ” ลักษณะเป็นก้อนหินขนาดมหึมาวางเรียงกัน 3 ก้อน มองดูจากมุมไกล หรือจากทางอากาศ จะมีรูปร่างคล้ายปลาวาฬ พ่อ แม่ ลูก ซึ่งในแหล่งท่องเที่ยวจะมีอาสาสมัครป่าไม้ภูสิงห์ เป็นผู้นำเที่ยวและเป็นผู้ขับรถบริการนำเที่ยว เพื่อความปลอดภัยในการเที่ยวชม






นายทรงศักดิ์ ทองศรี กล่าวว่า จากการเข้ามาเยี่ยมชม จึงอยากจะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวสำคัญนี้ให้ได้มาตรฐานสากลเหมือนแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ในอนาคตเชื่อมั่นว่าจะไม่ใช่แค่เพียงนักท่องเที่ยวไทย แต่ต้องดึงนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามาด้วย โดยเฉพาะการพัฒนาเรื่องการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงาม จะนำนักท่องเที่ยวเข้ามาได้อย่างไรให้มีความสะดวกสบาย และจะสร้างความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มเติมอย่างไร

รมช.มท. กล่าวเพิ่มเติมว่า “รู้สึกประทับใจมาก เพราะบนหินสามวาฬนี้ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงาม เห็นแม่น้ำโขงและฝั่ง สปป.ลาว เมื่อมีความงามตามธรรมชาติในพื้นที่ที่ดีอยู่แล้ว ต้องคิดต่อไปว่าจะพัฒนาให้ดีขึ้นรอบด้านอย่างไร รวมถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว หากทำให้ดีจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ไม่ใช่เพียงจังหวัดบึงกาฬ แต่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย และระดับโลกต่อไป หากทำให้ดีจะมีการเชื่อมโยงไปถึงด้านเศรษฐกิจของพื้นที่ด้วย และถือเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อีกด้วย” 









ก้าวไปด้วยกันกับทรงศักดิ์ ทองศรี

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ


จนท.ป่าไม้บึงกาฬ ยึดไม้ประดู่เกือบ 5 คิว แอบตัดโดยไม่ได้รับอนุญาต





เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 15 ม.ค.พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม ผบก.ปทส.สืบทราบว่าการลักลอบตัดไม้ประดู่จำนวนมาในที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ ท้ายหมู่บ้านหนองแก่งทราย หมู่ 13 ต.ป่งไฮ อ.เซกา จ.บึงกาฬ จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ธณัชชนม์ เก่งกสิกิจ ผกก.3 บก.ปทส.,พ.ต.ท.ประทีป ชูศรี รอง ผกก.3 บก.ปทส.,พ.ต.ต.พรศักดิ์ ห้อยไธสง สว.กก.3 บก.ปทส.ร.ต.อ.ไกรแก้ว ขวัญน้อม รอง สว.กก.3 บก.ปทส. สนธิกำลังกับ ตำรวจ กก.สืบสวน ภ.จว.บึงกาฬ สภ.ป่งไฮ นายไพรัชย์ วงศ์หน่อ หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนายสุรัตน์ วิเศษลา ผอ.ศูนย์ป่าไม้บึงกาฬและหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 23 หน่วยฯ บก.1(บึงกาฬ) นำกำลังเข้าตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง







กระทั่งเดินทางถึงที่รับแจ้งพบเพียงต้นไม้ประดูที่ถูกกลุ่มผู้รักลอบตัดไม้โค่นและถูกตัดเป็นท่อนๆ ไว้กระจัดกระจายตามชายป่าและที่ใกล้บ้านชาวบ้านจำนวนมาก ส่วนผู้กระทำความผิดคาดว่ามีไม่น้อยกว่า 4 คนได้ไหวตัวหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางมาถึงเล็กน้อย จากการสอบถามชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอยู่ใกล้ ทราบว่าที่ดินแปลงดังกล่าวไม่มีเอกสารสิทธิ์ใดๆ ซึ่งจะมีนายทุนมาหากว้านซื้อไม้ประดูเอาไว้ จากนั้นจึงได้ว่าจ้างมือเลื่อยมาตัดโค่น เพื่อทำเป็นไม้แปรรูปนำออกขายส่งตามออเดอร์ไปยังที่ต่างๆ จึงทำการวัดขนาดและนับจำนวนไม้ประดู่ที่ถูกตัดโค่นได้ จำนวน 16 ท่อน ปริมาตร 4.95 ลูกบาศก์เมตร จากนั้นได้นำไม้ของกลางส่งทั้งหมด พงส.สภ.ป่งไฮ สืบสวนสอบสวนติดตามตัวผู้กระทำความผิดที่หลบหนีไปมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป












บึงกาฬ//ข่าว : เกรียงไกร พรมจันทร์

ล่าสุด! "จากกรณีพลเมืองดี" แชร์เรื่องราวชายในปั๊มน้ำมัน ปตท.บึงกาฬ




จากกรณีพลเมืองดีแชร์เรื่องราวชายเร่ร่อน ที่พบในปั๊มน้ำมัน ปตท.บึงกาฬ ใกล้กันกับสี่แยกไฟแดงใน อำเภอเมืองบึงกาฬ

fb.com/groups/Beungkan/permalink/2054552438019120/





--------------------------------

ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2564 เวลา11.30 น. ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดบึงกาฬ ได้ลงพื้นที่สอบข้อเท็จจริงแล้ว ทราบว่าชายดังกล่าวมีอาการคล้ายผู้ป่วยทางจิต แต่สามารถสื่อสารได้เป็นอย่างดี เดิมเคยบวชเป็นพระภิกษุนานกว่า 8 ปี พอลาสิขาบทออกมา กลายเป็นบุคคลไร้บ้าน ไม่มีครอบครัว ไม่มีมีญาติพี่น้อง เป็นบุคคลเร่ร่อน เดินทางด้วยรถจักรยานส่วนตัว อาศัยหลับนอนในที่สาธารณะแบบนี้มาประมาณ 2 ปีแล้ว ที่อยู่ตามบัตรประชาชนมีภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.คำตากล้า อ.คำตากล้า จ.สกลนคร แจ้งว่าเคยได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานมาแล้วหลายจังหวัด ทั้งในเรื่องของการสงเคราะห์ การส่งเสริมอาชีพ การเข้ารับความคุ้มครอง ฯลฯ แต่ตนก็หลบหนีออกมา ด้วยมีนิสัยและพฤติกรรมไม่ชอบสุงสิงกับใคร ไม่อยากอยู่รวมกับคนหมู่มาก









ในการนี้ เจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองฯ จ.บึงกาฬ ได้พูดคุยกับผู้ประสบปัญหาเพื่อวางแผนให้ความช่วยเหลือ โดยนักสังคมสงเคราะห์ได้ให้คำแนะนำปรึกษา รวมถึงแจ้งสิทธิของคนไร้ที่พึ่งที่พึงจะได้รับตาม พรบ.การคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ.2557 เบื้องต้นผู้ประสบปัญหาปฏิเสธขอรับการช่วยเหลือ ซึ่งนักสังคมสงเคราะห์ได้เกลี้ยกล่อมเพื่อให้เข้ารับการคุ้มครองสวัสดิภาพแล้ว แต่ผู้ประสบปัญหาไม่ยินยอมเข้ารับการคุ้มครองและไม่ประสงค์เข้ารับบริการใดๆจากทางศูนย์ฯ ต้องการเพียงแค่เสื้อกันหนาว/ข้าวและน้ำ ซึ่งศูนย์คุ้มครองฯ ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงได้ทำหนังสือลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน


ทั้งนี้ ได้แจ้งประชาสัมพันธ์ช่องทางการขอความช่วยเหลือให้กับบุคคลที่ทำงานอยู่ในปั๊มน้ำมันและบริเวณรอบๆ กรณีผู้ประสบปัญหาเปลี่ยนใจขอเข้ารับการคุ้มครองฯ หรือต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม สามารถโทรศัพท์ ติดต่อได้ที่เบอร์ 086-474-4233 ฝ่ายสวัสดิการสงเคราะห์ ศูนย์คุ้มครองฯ จ.บึงกาฬ หรือ ติดต่อที่สายด่วน 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่จังหวัดบึงกาฬ (15มกราคม64)