BREAKING NEWS
latest

728x90

ad ad

468x60

ad ad

Slider

latest

Slider Right

randomposts4

ท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ

ท่องเที่ยว/block-7

ด่วน! อุบัติเหตุ-อาชญากรรม ล่าสุด

อุบัติเหตุ/block-1

ประชาสัมพันธ์

ประชาสัมพันธ์/block-1

การเกษตร-ชาวสวน

การเกษตร/block-6

เรื่องน่ารู้

เรื่องน่ารู้/block-6

ยาเสพติด-ยาบ้า

ยาเสพติด/block-5

คนหางาน งานหาคน

คนหางาน งานหาคน/block-1
งานราชการ/block-3

คลิปวีดีโอ | Clip

คลิป/block-3

บึงกาฬ | Buengkan

บึงกาฬ/block-1

ปากคาด | pakkhat

ปากคาด/block-1

ศรีวิไล | Siwilai

ศรีวิไล/block-1

พรเจริญ | phoncharoen

พรเจริญ/block-1

เซกา | seka

เซกา/block-1

บุ่งคล้า | BungKhla

บุ่งคล้า/block-1

โซ่พิสัย | sophisai

โซ่พิสัย/block-1

บึงโขงหลง | buengkhonglong

บึงโขงหลง/block-1

การศึกษา

สมัครเรียน/block-6

จิตอาสา

จิตอาสา/block-6

โรงแรม ที่พัก จ.บึงกาฬ

โรงแรม/block-3

แนะนำร้านอาหาร-ของฝาก

อาหาร/block-3

ซื้อ-ขาย

ซื้อขาย/block-1
ad

หวย-สลากกินแบ่งรัฐบาล

สลากกินแบ่งรัฐบาล/block-1
ad

ไอที-เทคโนโลยี

เทคโนโลยี/block-7

จังหวัดบึงกาฬ!!

จังหวัดบึงกาฬ/block-1
ท่องเที่ยว

Latest Articles

สายบุญไม่พลาด! เดินสายไหว้พระ-ทำบุญ 9 วัด ในจังหวัดบึงกาฬ




ทำบุญขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ..ชมวิถีชีวิต-อารยธรรมแห่งพระพุทธศาสนา ความงดงามของวัดวาอาราม ดินแดนลี้ลับแห่งเมืองนาคา เสน่ห์ริมฝั่งโขงที่รอให้ทุกคนได้ไปสัมผัส ..เดินสาย "ไหว้พระ 9 วัด ในจังหวัดบึงกาฬ"

สายบุญไม่พลาด! เดินสายไหว้พระ-ทำบุญ 9 วัด ในจังหวัดบึงกาฬ ...อนุรักษ์ ส่งเสริม สืบสาน ทำนุบำรุงประเพณีวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนา


วัดเจติยาคีรีวิหาร (วัดภูทอก)

"ภูทอก" เป็นภูเขาหินทรายที่มีวัดเจิยาคีรีวิหาร ตั้งอยู่เชิงเขา โดยมีพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ เป็นผู้ก่อตั้ง ในภาษาอีสานแปลว่า "ภูเขาที่โดดเดี่ยว"

ภูทอก มี 2 ลูก คือภูทอกใหญ่และภูทอกน้อยส่วนที่นักแสวงบุญและ นักท่องเที่ยวทั่วไป สามารถชมได้คือ ภูทอกน้อย ส่วนภูทอกใหญ่อยู่ห่างออกไป ยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวชม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการเดินเท้าขึ้นสู่ยอดภูทอก

จุดเด่นของภูทอกก็คือ สะพานไม้และบันไดขึ้นชมทัศนียภาพรอบ ๆ ภูทอก ใช้เพียงแรงงานคนสร้าง บันไดเวียนไปมา รอบภูทอกแบบ 360 ซึ่งมีทั้งหมด 7 ชั้น ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 5 ปีเต็มจากชั้น 1-7 จะมีบันไดไม้ให้เดินแบบ ตรงทอดยาวจนถึงจุดสูงสุดของ ยอดภูทอก และตั้งแต่ชั้นที่ 3 เป็นต้นไปนักท่องเที่ยวสามารถเดินชม แบบสะพานเวียน รอบเขาซึ่งจะได้เห็น มุมมองที่แตกต่างไปเรื่อย ๆ บันไดที่ทอดขึ้น สู่ยอดภูทอกนี้เปรียบเสมือนเส้นทางธรรมที่น้อมนำ สัตบุรุษ ให้พ้นโลกแห่งโลกียะ สู่โลกแห่ง โลกุตระหรือโลกแห่ง การหลุดพ้นด้วย ความเพียรพยายามและมุ่งมั่น และมองเห็นความสวยงามของภูมิประเทศเบื้องล่างได้ไกลถึงเทือกเขาในเขตจังหวัดนครพนม




ที่ตั้ง : บ้านคำแคนพัฒนา หมู่ที่ 6 ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ

GPS : https://goo.gl/maps/c3PjVykW1dSYL4g58


------------


หลวงพ่อพระใหญ่ (วัดโพธาราม)

"หลวงพ่อพระใหญ่"เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบึงกาฬ และชาวจังหวัดใกล้เคียง รวมไปถึงในสปป.ลาว ที่อยู่ในลุ่มน้ำโขงแถบนี้

หน้าตักกว้าง 2 ศอก 1 คืบ (5 ฟุต 4 นิ้ว) ประดิษฐานบนแท่น 4 เหลี่ยม ซึ่งได้บูรณขึ้นใหม่ในปี 2537 ชาวบึงกาฬได้จัดให้มีการสมโภชหลวงพ่อพระใหญ่ปีละ 2 ครั้ง คือ

1. ประเพณีบุญเดือน 3 หรือบุญข้าวจี่ มีการถวายปราสาทผึ้งด้วย และ

2. ประเพณีสรงน้ำหลวงพ่อพพระใหญ่ จัดงานสัปดาห์หลังเทศกาลสงกรานต์ พระพุทธคุณ ให้มีความเจริญรุ่งเรือง มีตำแหน่งการงานที่ใหญ่ขึ้น มีโชคลาภแคล้วคลาดปลอดภัย การสักการะ บนบาน สักการะด้วยดอกไม้ ธูปเทียน และบนบานด้วยบั้งไฟตะไล ซึ่งในอุโบสถจะให้ผู้ชายเท่านั้นเข้าไปกราบไหว้ ส่วนสุภาพสตรีจะสามารถกราบไหว้ได้ที่ด้านหน้าของพระอุโบสถ หรือองค์จำลองที่ประดิษฐานอยู่ข้างพระอุโบสถ


ขอบคุณภาพจาก https://thailandtourismdirectory.go.th




ตามคำบอกเล่าสืบต่อกันมา เมื่อประมาณสองร้อยกว่าปี ผู้คนแถบนี้ได้อพยพย้ายถิ่นฐานมาจากเมืองยศ ซึ่งปัจจุบันคือจังหวัดยโสธร มาตั้งถิ่นฐานทำไร่ ทำนา หากิน ซึ่งบริเวณแถบนี้เป็นป่าทึบมีเถาวัลย์ปกคลุมเต็มไปหมด ชาวบ้านจึงได้ช่วยกันถากถางป่าบริเวณแห่งนี้ จนกระทั่งพบพระพุทธรูปดังกล่าวและตั้งชื่อว่า"หลวงพ่อพระใหญ่" เพราะชาวบ้านไม่เคยเห็นองค์พระขนาดใหญ่อย่างนี้มาก่อน

หลวงพ่อพระใหญ่ เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนและ เป็นพระพุทธรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะชาวบ้านในบริเวณสองฝั่งลุ่มแม่น้ำโขงแถบนี้ จะให้ความเคารพ นับถือและศรัทธาเป็นอย่างมาก



ที่ตั้ง : บ้านท่าใคร้ หมู่ 5 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

GPS : https://goo.gl/maps/8dcnWqYmgRKMFUr88


------------


หลวงพ่อพระเจ้าแสนสามหมื่น (วัดสังขลิการาม)

พระเจ้าแสนสามหมื่น สร้างในสมัยเชียงแสนเป็นราชธานี ซึ่งประมาณ 800 ปีมาแล้ว เจ้าอนุวงษ์แห่งนครเวียงจันทน์ได้อัญเชิญพระเจ้าแสนสามหมื่น มาประดิษฐ์สถานไว้ในหอไตร(เวียงจันทน์) เป็นเวลาหลายร้อยปีมาแล้ว

รูป และขนาดของพระเจ้าแสนสามหมื่น

1. ความกว้างของบัลลังก์ชั้นที่1 19 นิ้ว, 2. ความกว้างของบัลลังก์ชั้นที่2 17 นิ้ว, 3. วัดรอบบัลลังก์ 32 นิ้ว, 4. หน้าตักปฏิดากรณ์ 11 นิ้ว, 5. วัดรอบต้วรวมทั้งสองแขน 17.5 นิ้ว, 6. วัดรอบคอ 6.5 นิ้ว, 7. ใบหูยาว 3 นิ้ว, 8. หน้าผากกว้าง 2.5 นิ้ว, 9. หน้าผากจรดปลายคาง 3 นิ้ว, 10. ยอดเศียรยาว 4 นิ้ว, 11. จากบัลลังก์ชั้นที่1 ถึงเศียรสูง 32 นิ้ว, 12. หน้าอกระหว่างหัวนมทั้งสองข้าง 2 นิ้ว

ลักษณะทั้งหมดนี้วัดไว้ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2518 เพื่อปกป้องการสูญหาย กรรมการวัดทั้งหมดและชาวบ้านโซ่ได้พร้อมกันวัดไว้ เพื่อเป็นหลักฐานเพื่อเป็นอนุสรณ์ของพระพุทธศาสนาต่อไป




13 เมษายน ของทุกปี ซึ่งเป็นประเพณีสงกรานต์ของประเทศไทย ทั่วทุกภาคจะมีการจัดประเพณีสงกรานต์ขึ้น วัดสังขลิการามก็เช่นกัน ทางวัดจะอัญเชิญหลวงพ่อพระเจ้าแสนสามหมื่นลงมาประดิษฐาน ณ บริเวณแท่นประดิษฐานที่เตรียมไว้ เพื่อให้ประชาชนชาวบ้านโซ่และใกล้เคียงได้สรงน้ำ

จากนั้นเวลาประมาณ 13.00 น. อัญเชิญหลวงพ่อพระเจ้าแสนสามหมื่นขึ้นประดิษฐาน ณ บุษบกที่อยู่บนรถมีการประดับและตกแต่งอย่างสวยงาม เพื่อแห่ไปรอบๆบริเวณเขตเทศบาลตำบลโซ่ เพื่อให้ประชาชนในเขตเทศบาลมีโอกาสสรงน้ำหลวงพ่อพระเจ้าแสนสามหมื่น เสร็จแล้วอัญเชิญกลับแท่นประดิษฐานในช่วงค่ำและอัญเชิญมาอีกครั้งในวันที่ 14 และ 15 เมษายน เช่นเดียวกับประเพณีดั้งเดิม นับเป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างต่อเนื่อง


ที่ตั้ง : บ้านโซ่ ตำบลโซ่ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ

GPS : https://goo.gl/maps/9JsTiWQ1rv8nskb68


------------


วัดอาฮงศิลาวาส (แก่งอาฮง)

เป็นวัดเก่าแก่ ไม่ปรากฎหลักฐานว่าเริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อใด มีแต่เพียงคำบอกเล่าของชาวบ้านละแวกนั้นว่า เดิมเป็นสำนักสงฆ์ และตั้งอยู่ในป่ารกทึบ ชาวบ้านจึงเรียกว่า “วัดป่า” โดยหลวงพ่อลุน เป็นผู้ก่อตั้ง และมรณะไปเมื่อปี พ.ศ. 2506 ด้วยโรคชรา หลังจากนั้นไม่มีพระสงฆ์มาพำนักหรือจำพรรษาอีกเลย มีเพียงพระธุดงค์ที่ผ่านมาพำนักเท่านั้น แต่มีแม่ชีสูงอายุท่านหนึ่ง เฝ้ารักษาดูแล

จนกระทั่งปี พ.ศ. 2517 พระนิเทศศาสนคุณ (หลวงพ่อสมาน สิริปัญโญ) เจ้าอาวาสวัดบุญเรืองสุวรรณาราม บ้านคำโป้งเป้ง ต.ค่ายบกหวาน อ. เมือง จ. หนองคาย ได้เดินทางไปกราบนมัสการพระอาจารย์จวน กุลเชฎโฐ วัดเจติยาวิหาร (ภูทอก) ขากลับเห็นป้ายชื่อวัดจึงได้แวะเข้ามา พบเพียงแม่ชี ไม่มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษา ท่านจึงได้ซักถามถึงประวัติความเป็นมา แม่ชีได้เล่าถวายโดยละเอียด หลวงพ่อได้เดินตรวจสภาพวัด พบว่ามีความสงบ เหมาะแก่การเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์

จากนั้นหลวงพ่อและคณะเดินทางกลับมาเชิญชาวบ้านอาฮงประชุมปรึกษาแจ้งเรื่องการบูรณะวัด ชาวบ้านต่างอนุโมทนาบุญกับหลวงพ่อร่วมกันปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม สร้างศาลาการเปรียญ กุฎิ และสิ่งอำนวยความสะดวก ที่มีความจำเป็น และจัดภิกษุสามเณรให้อยู่จำพรรษา โดยมีหลวงพ่อเมธา จิตฺกาคุตโตเป็นเจ้าอาวาส และตั้งชื่อใหม่ว่า “วัดอาฮงศิลาวาส” หลวงพ่อสมานได้สร้างพระพุทธรูปเพื่อเป็นพุทธบูชา ขนาดหน้า ตักกว้าง 4 เมตร สูง 7 เมตร น้ำหนัก 20 ตัน นามว่า “พระพุทธคุวานันท์ศาสดา” ซึ่งมีความงดงามเป็นพระพุทธรูปลักษณะเดียวกับพระพุทธชินราช หล่อด้วยทองเหลือง มีการนิมนต์พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 109 รูป ประกอบพิธีพุทธาภิเษกเบิกเนตร เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2542


ขอบคุณภาพจาก fb.com/lohbanhao


ปัจจุบันวัดอาฮงศิลาวาส เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งในจังหวัดบึงกาฬ ที่มีผู้แวะเวียนเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เป็นที่พักกายพิงใจ และเป็นอุทยานการศึกษา


"แก่งอาฮง" เป็นแก่งหินธรรมชาติในลำแม่น้ำโขงที่มีความสวยงาม และผูกพันกับความเชื่อ ความศรัทธา เกี่ยวกับองค์พญานาค ซึ่งเชื่อว่า บริเวณแก่งอาฮง เป็นจุดที่ลึกที่สุดของแม่น้ำโขง และเป็นประตูเชื่อมโลกมนุษย์กับเมืองบาดาล ที่อยู่อาศัยของพญานาค จนมีความเชื่อกันว่า หากโยนลูกมะนาวลงไปในแก่งอาฮง ลูกมะนาวนั้น ก็จะไปขึ้นปรากฏอยู่ที่ป่าคำชะโนด อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี จนเกิดเป็นความเชื่อการเชื่อมโยงโลกมนุษย์กับเมืองบาดาลของพญานาค บริเวณแก่งอาฮง เป็นจุดหนึ่งที่เกิดปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคทุกวันออกพรรษา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี และมีนักท่องเที่ยวรวมทั้งผู้ที่มีความศรัทธาในองค์พญานาค มาท่องเที่ยวเป็นประจำตลอดทั้งปี


ที่ตั้ง : บ้านอาฮง หมู่ 3 ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

GPS : https://goo.gl/maps/mXSLcNELDpGf4cpr6


------------


วัดถ้ำศรีธน (วัดสว่างอารมณ์)

ตามหลักฐานอ้างอิง ถูกสร้างขึ้น เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2425 โดยท้าวขุนไกรซึ่งอพยพมาจากฝั่งลาวมาตั้งบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำโขง ใกล้บ้านห้วยคาด ต่อมาตั้งชื่อหมู่บ้านนี้ว่า บ้านปากคาด ภายหลังจึงตั้งชื่อหมู่บ้านนี้ว่า บ้านปากคาด ต่อมาจึงมีผู้คนอพยพเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ เพราะที่แห่งนี้อยู่ติดริมแม่น้ำ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติและอาหารการกิน จึงเกิดการพัฒนาและความเจริญมากขึ้นตามลำดับ ชาวบ้านที่อพยพเข้ามาก็ได้ร่วมกันก่อสร้างวัดบนที่ดินของ นายจันทรา ไกรราช ซึ่งเป็นบุตรชายของท้าวขุนไกร และได้ตั้งชื่อว่าวัดสว่างอารมณ์ (ถ้ำศรีธน) โดยได้รับวิสุงคามสีมาจากพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2517

เป็นวันสังกัดคระสงฆ์มหานิกาย เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดบึงกาฬ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญ และชาวบึงกาฬรู้จักให้ความเคารพศรัทธากันเป็นอย่างดี วัดสวยงามและมีความเงียบสงบมาก ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาไหว้พระ รู้สึกผ่อนคลายได้มาก ทั้งกับทิวทัศน์ธรรมชาติที่อยู่ล้อมรอบวัด มีความร่มรื่นไปด้วยต้นไม้นานาที่ขึ้นเองและปลูกเสริมภายในวัด และที่น่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีกที่วัดยังมีลำธารสายเล็กๆ ไหลผ่าน ทำให้ทัศนียภาพยิ่งสดชื่น และเหมาะกับการมาพักผ่อนไปในตัวเหมือนได้ธรรมชาติบำบัด




ที่วัดมีพระนอนที่ประดิษฐานอยู่บริเวณใต้โขดหินขนาดใหญ่ เป็นจุดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปกราบไหว้สักการะขอพร และที่โดดเด่นอีกอย่างของวัดคือ มีพระอุโบสถที่สร้างขึ้นตั้งอยู่บนโขดหินที่สวยและสง่างาม ไปด้วยพระอุโบสถทรงระฆังคว่ำมีสีทองอร่ามตา เมื่อนักท่องเที่ยวได้เดินขึ้นไปที่พระอุโบสถที่ด้านบน จะเป็นจุดชมวิวที่สวยงามมาก สามารถมองเห็นไปได้ไกลรอบๆ เลย มองจนไปถึงฝั่งลาว


ที่ตั้ง : บ้านโนนศิลา หมู่ 1 ตำบลโนนศิลา อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ

GPS : https://goo.gl/maps/mAeEfJFnSm2XTWQn8


------------


วัดเซกาเจติยาราม (พระอารามหลวง)

"วัดเซกาเจติยาราม"เดิมชื่อ"วัดบ้านเซกา" มีการเริ่มสร้างวัดตั้งแต่ปี 2518 และเมื่อปี 2525 ก็มีการก่อตั้งวัดขึ้นมาโดย พระครูสันติปัญญาภรณ์ ซึ่งในปัจจุบันนี้ "วัดเซกาเจติยาราม" เป็น"พระอารามหลวง" เป็นวัดประจำจังหวัดบึงกาฬที่ใครๆ ต่างก็รู้จักและเดินทางมาที่นี่

วัดถูกรายล้อมไปด้วยธรรมชาติและป่าอันอุดมสมบูรณ์ ถึงแม้ว่าวัดจะเป็น "พระอารามหลวง" และมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับผู้คนมากขึ้น แต่ก็ไม่ทิ้งความเป็นธรรมชาติ ยังคงมีความสงบร่มเย็นภายในต้นไม้ ป่า น้ำ และสัตว์ป่า อีกทั้งยังสวยงามประกอบไปด้วยศาสนสถานที่สำคัญและพิธีกรรมที่สำคัญต่างๆ

ความสวยงามของธรรมชาติ บวกกับความสวยงามของวัดเซกาเจติยาราม ทำให้นักท่องเที่ยว หลงใหลความงามของจังหวัดบึงกาฬเป็นอย่างมาก





ที่ตั้ง : บ้านดงไร่ หมู่ 11 ตำบลเซกา อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ

GPS : https://goo.gl/maps/4amskvyVzYq1ZA489


------------


วัดป่าเมืองเหือง (วัดศรีบุญเรือง)

"วัดป่าเมืองเหือง"หรือ"วัดศรีบุญเรือง" ขนานนามเป็น"นาคานคร"หรือ"เมืองพญานาค"มีพระพุทธรูปหน้าทอง โบสถ์ลงลักปิดทองสวยงามโดดเด่น เนื่องจากมีชายแดนติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวห่างกันเพียงแม่น้ำโขงกั้น ว่ากันว่าแม่น้ำโขงนี้เป็นที่อยู่อาศัยของพญานาคราช โดยในจังหวัดบึงกาฬ มีสถานที่สำคัญเกี่ยวกับพญานาคหลายแห่ง และที่นี่ก็เป็นอีกแห่งที่มีเรื่องราวความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค

วัดนี้เป็นวัดโบราณถูกสร้างขึ้นเมื่อครั้งขอมเรืองอำนาจ สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 8 ต่อมาราวปี พ.ศ.2100 วัดนี้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา [เขตวิสุงคามสีมา] จากที่ได้เดินสำรวจดูรอบวัด พบว่ายังพอมีให้เห็นซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้างเดิมอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่นั้นน่าจะถูกกลบ หรือฝังทับอยู่ใต้ดินในบริเวณวัดนั้นค่อนข้างร่มรื่นมีต้นอยู่เยอะ ประชาชนเดินทางมาสักการะบูชา"วัดศรีบุญเรือง"หรือ"วัดป่าเมืองเหือง"นี้กันไม่ขาดสาย เนื่องจากมีความเลื่อมใสศรัทธาต่อองค์พระพุทธนาคนิมิตต์(หน้าทอง) พระพุทธรูปประจำวัดแห่งนี้


ขอบคุณภาพจาก https://www.chillpainai.com



จากนั้นลงเรือไปนมัสการ ศาลปู่พญานาคศรีสุทโธ และทัวร์แก่งสะดอก(ก้อนธาตุ) กลางแม่น้ำโขง ข้างล่างแก่งสะดอกจะมีถ้ำ ช่วงหน้าแล้งน้ำลด แก่งจะสวยงามมากสามารถเดินเที่ยวได้

ความเชื่อและความศรัทธาเกี่ยวกับพญานาค พระพุทธศาสนา และความมีมนต์ขลังแห่งลุ่มน้ำโขงเป็นสิ่งที่แยกออกจากกันได้ยาก หาดทรายและแม่น้ำโขงนั้นดูนิ่งเงียบเหมือนจะซ่อนบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ หากไม่คิดฟุ้งซ่านไปมาก ที่นี่ดูงามสงบไม่แพ้สถานที่ท่องเที่ยวริมน้ำโขงดังๆ ยอดนิยม


ที่ตั้ง : ตำบลชัยพร อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

GPS : https://goo.gl/maps/t9chCTXsjW4uTK699


------------


วัดป่าวิเวกธรรมคุณ

เหมือนๆอยู่บนสวรรค์เลยครับ สวยงามมากๆ สิ่งที่น่าสนใจใน"วัดป่าวิเวกธรรมคุณ" คือพระอุโบสถสีทอง และสีแดงที่ตกแต่งด้วยลวดลายกระจกสีเงิน/เขียว ประดับด้วยพญานาค ซึ่งช่างปั้นเนรมิตวัดให้เหมือนเมืองสวรรค์เลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง และประติมากรรมต่างๆ มากมายรอบพระอุโบสถแห่งนี้


ขอบคุณภาพจาก https://lohbanhao.com


ที่ตั้ง : บ้านแก้วสมบูรณ์ หมู่ 8 ตำบลพรเจริญ อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ

GPS : https://goo.gl/maps/AixXqskFiwqV6Y8i7


------------


วัดป่าสถิตย์ธรรมวนาราม

พระธาตุเจดีย์ศรีอุดมศีลวัฒน์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ธรรมสถานทางศาสนาคัญในภาคอีสาน ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระอริยเจ้า อีกทั้งเป็นเจติยพิพิธภัณฑ์เพื่อรักษามงคลวัตถุต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับหลวงปู่ อุดม ญาณรโต อีกด้วย


ขอบคุณภาพจาก fb.com/lohbanhao


ที่ตั้ง : บ้านหนองผักแว่น หมู่ 4 ตำบลศรีชมภู อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ

GPS : https://goo.gl/maps/LMRehT9ENqAcA8aS8



บึงกาฬ ผบช.ภ.4 ตรวจเยี่ยมมอบถุงยังชีพปลอบขวัญให้กำลังใจตำรวจ สภ.หอคำ


 

พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช,ภ.4 พร้อมด้วยคุณดุจเดือนดารา เวชโอสถ ประธานชมรมแม่บ้าน เดินทางไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้กับข้าราชการตำรวจ สถานีตำรวจภูธรหอคำ พร้อมดูสภาพความเป็นอยู่ เห็นหลังคารั่วสีผนังห้องพักไม่งาม เอ่ยปากขอควักเงินส่วนตัวซ่อมให้เอง มอบเป็นของขวัญกำลังใจวันมาตรวยเยี่ยม ผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นปลื้ม ต่างอยากให้ไปเยี่ยมโรงพักตนเองบ้าง

เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 27 พ.ค. ที่สถานีตำรวจภูธรหอคำ ต.หอคำ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค4 พร้อมด้วยคุณดุจเดือนดารา เวชโอสถ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 4 เดินทางไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้กับข้าราชการตำรวจ สถานีตำรวจภูธรหอคำ โดยมี พล.ต.ต.ธรรมจักร คงมงคล ผู้บังการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ พ.ต.อ.อารัก มะสาธานัง รองผู้บังคับการ นำรองฯและผู้กำกับการสถานีตำรวจในสังกัดพร้อมด้วยคณะแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ ให้การต้อนรับและรับฟังโอวาทจากผู้บังคับบัญชา โดยมี พ.ต.อ.อนุวัตร อ่อนโก๊ก ผู้กำกับการ สภ.หอคำ ได้กล่าวต้อนรับพร้อมกล่าวรายงานสถานการณ์

พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ได้กล่าวว่าได้มาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบสิ่งของในครัวเรือนให้กับตำรวจ สภ.หอคำ จำนวน 32 ชุด พร้อมกับมาดูสภาพความเป็นอยู่ของผู้ใต้บังคับบัญชาที่นี่ ซึ่งครั้งหนึ่งเมื่อประมาณปี 2545-46 เคยมารับราชการที่บึงกาฬ เมื่อครั้งยังเป็นอำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย ในตำแหน่งรองผู้กำกับการปราบปราม และอยากจะฟากข้อคิดให้กับทุกท่านว่า การมาเป็นตำรวจไม่ใช่เกิดจากความบังเอิญ แต่เพราะดวงชะตาฟ้าลิขิตให้เรามาทำหน้าที่นี้ การกระทำอะไรไม่ว่าจะเป็นบวกหรือลบก็จะมีผลกระทบกับหน่วยงานหรือองค์กรของเรา จงภูมิใจที่ได้มาเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตามแต่ จะเป็นชั้นประทวนหรือสัญญาบัตร หรือทำหน้าที่อะไรก็ตามแต่ มีความสำคัญและมีผลต่อหน่วยงานทั้งสิ้นทั้งปวง เป็นตำรวจอยากจะให้พวกเราเป็นพระเอกในหัวใจของชาวบ้านต้องพึ่งพิงเราได้ แม้เราจะอยู่ในโรงพักเล็กๆ เมื่อชาวบ้านเขาเดือดร้อนให้นึกถึงตำรวจหอคำ เราต้องเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์จะอยู่ไหนประชาชนต้องอุ่นใจ “สุขเถิดประชา ตัวค้าข้าจะคุ้มภัย” สมัยที่เป็นผู้ปฏิบัติความสุขของผมคือขับรถออกตรวจส่องไฟไปตามตอกซอกซอยขณะที่ประชาชนเขานอนหลับแล้ว แต่เรายังดูความสงบเรียบร้อยให้เขา มนุษย์เกิดมาก็แค่มาเยือนโลกชั่วคราว นี่คือเกมชีวิตฉากหนึ่งของพวกท่าน ซึ่งกำหนดแล้วว่าต้องเป็นตำรวจและเป็นตำรวจในชีวิตจริง ละครชีวิตแต่ละท่านแต่ละคน ผมเชื่อว่าแต่ละท่านดูหนังดูละครหันมาย้อนดูตัวเองก็อยากจะเป็น”พระเอก” แต่เมื่อชาวบ้านเขามาพึ่งพิงพึ่งพามาในเรื่องของการสอบสวนท่านช่วยเขาอำนวยความยุติธรรม ท่านกก็เป็นพระเอกหรือเป็นตัวโกงกันแน่ หรือเป็นพระเอกแบบไหนฝากเป็นการบ้านด้วย ฝากไปทบทวนว่าเราเอาเปรียบเขาไหม ฝากเป็นข้อคิด ”ใฝ่คุณธรรม เชื่อมั่นศรัทธา เป็นที่พึ่งพาของประชาชน” ขอให้ทุกท่านคำนึงถึงเรื่องนี้ดี ๆ




จากนั้น ผบช.ภ.4 ได้เดินตรวจดูห้องพักของนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ซึ่งได้เห็นข้อบกพร่องและได้แนะนำให้ทำบิ๋กคลีนนิ่งเดย์ ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่อาศัย เปลี่ยนหลังคาระเบียงหน้าห้องที่กระเบื้องแตกน้ำฝนรั่วไหล โดยได้สั่งการให้ ผกก.สภ.หอคำ ทำเรื่องเสนอประมาณการเปลี่ยนหลังคากระเบื้อง ทำฝ้ากันความร้อนและทาสีใหม่ให้ดูดีสวยงาม ส่วนสนามออกกำลังกายและฟุตบอลซึ่งอยู่ติดริมโขงที่มองเห็นทิวทัศน์ของแนว”ภูเขาควาย”ที่อยู่ในฝั่ง สปป.ลาว ตรงกันข้ามฝั่งไทย ได้แนะนำให้ปลูกต้นชาฮกเกี้ยนทำสวนตัดแต่งให้ดูสวยงามเข้ากับทิวเขาฝั่งลาวอีกด้วย โดยท่านจะเป็นผู้จ่ายเงินส่วนตัวเอง เพื่อมอบเป็นของขวัญกำลังใจที่ได้มาตรวจเยี่ยมในวันนี้ ผกก.หลายโรงพักต่างพูดว่าอยากให้ท่าน ผบช.ภ.4 ไปเยี่ยมบ้างเช่นกัน.



พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช,ภ.4 พร้อมคณะและประธานชมรมแม่บ้าน เดินทางไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจมอบถุงยังชีพให้กับข้าราชการตำรวจ สภ.หอคำ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ โดยพล.ต.ต.ธรรมจักร คงมงคล ผบก.ภ.จว.บึงกาฬและผู้ใต้บังคับบัญชาให้การต้อนรับ






บึงกาฬ//ข่าว : นิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี

5 น้ำตกดังจังหวัดบึงกาฬ! สวรรค์ของคนรักธรรมชาติ สวนน้ำ-สไลเดอร์หิน



5 น้ำตก Unseen แห่งบึงกาฬ สวรรค์ของคนรักธรรมชาติ ความงามของม่านน้ำตก นั่งแช่ตัวในลำธารแบบชิลล์ หรือจะเล่นสไลเดอร์หิน เพลินไปกับสายน้ำไหลเย็น ชื่นใจ


1. น้ำตกถ้ำพระ

สวนน้ำกลางธรรมชาติ สไลเดอร์หิน เพลินไปกับสายน้ำไหลเย็น ชื่นใจ

น้ำตกถ้ำพระ หรือน้ำตกถ้ำพระภูวัว เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ 3 ชั้น ที่ไหลอยู่บนภูเขาหินทรายขนาดใหญ่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมความงามของน้ำตก นอกจากนี้ยังมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่และร่องน้ำที่สามารเล่นเป็นสไลเดอร์ได้ ทำให้เล่นน้ำกันในลำธารกันได้อย่างสนุกสนาน แต่น้ำตกจะมีน้ำมากในฤดูฝนช่วงเดือนกรกฎาคม-ต้นตุลาคม เท่านั้น หากมาในช่วงเดือนอื่นน้ำค่อนข้างน้อยมาก

น้ำตกถ้ำพระแบ่งเป็น 3 ช่วงด้วยกัน คือ ชั้นแรกจะเป็นธารน้ำตกไหลหลดหลั่นลงสู่แอ่งน้ำกว้าง ระดับน้ำค่อนข้างลึก ควรระมัดระวังในการเล่น

ชั้นที่ 2 เป็นลำธารหลายสาย มีน้ำไหลแรง แต่เป็นแอ่งน้ำตื้น นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาเล่นน้ำที่ชั้นนี้กันจำนวนมาก ซึ่งไฮไลท์ของน้ำตกถ้ำพระก็อยู่ที่ชั้นนี้ ที่เรียกว่า “สไลเดอร์ธรรมชาติ” เป็นแนวร่องน้ำที่ไหลไปตามโขดหิน เราสามารถสไลด์ตัวลงมาตามร่องน้ำได้อย่างสนุกสนาน

หากแรงยังเหลือ ก็ลุยต่อชั้นที่ 3 ซึ่งอยู่เหนือฝายขึ้นไป จุดนี้เราจะได้เห็นน้ำตกไหลจากหน้าผาลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง น้ำที่ตกลงมามีละอองสีขาวนวล สวยงามมาก ๆ






ที่ตั้ง : อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว บ้านถ้ำพระ ตำบลโสกก่าม อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ

GPS : https://goo.gl/maps/FpBX1hPHNKhoHEt69


----------------


2. น้ำตกตาดวิมานทิพย์

สวรรค์ของคนรักธรรมชาติอย่างแท้จริง ล้อมไปด้วยภูเขาและป่าไม้สีเขียวสดที่มีความชุ่มชื้น อุดมสมบูรณ์ มองไปทางไหนก็จะเจอแต่ความสดชื่นของต้นไม้

น้ำตกตาดวิมานทิพย์ เป็นน้ำตกสูงใหญ่ มีทั้งหมด 7 ชั้น เหมาะกับการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบแนวผจญภัย การท่องเที่ยวแปลกใหม่ สวยๆและแนวแอดเวนเจอร์ เพราะการเดินเท้าขึ้นไปในน้ำตกแต่ละชั้นนั้นค่อนข้างยากลำบาก ผ่านโขดหินลาดชันและลื่น ต้องใช้ความระมัดระวัง หากนักท่องเที่ยวที่จะขึ้นไปให้ถึงชั้นที่ 7 นั้นจะต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางขึ้นไปต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่เสียก่อน สามารถติดต่อไปได้ที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูลังกา ที่สำคัญควรเช็คสภาพอากาศก่อนเดินทาง เพราะน้ำตกที่นี่จะสวยงามก็ต่อเมื่อหลังฝนตกเท่านั้น ถ้าฝนไม่ตกติดกันนานๆน้ำจะน้อย บางครั้งไม่มีน้ำเลย

ชั้นแรกของน้ำตกตาดวิมานทิพย์ สามารถเดินลัดเลาะ ขึ้นไปยังชั้น 2 ชั้น 3 ซึ่งจะเป็นแหล่งน้ำใหญ่หน่อย ที่ชั้น 3 แห่งนี้ก็จะพบหินรูปร่างคล้ายพญาเต่าขนาดใหญ่กำลังว่ายน้ำอยู่ โดยมีน้ำตกจากชั้น 4 และชั้น 5 ตกลงมาถึง ซึ่งมองในภาพมุมไกลหรือมุมสูงก็จะเห็นน้ำตกสวยงามมาก ซึ่งตกลงมาจากชั้นที่ 7 หลายคนที่ไปถึงหากไม่อยากจะเดินขึ้นไปถึงชั้น 7 ก็จะเล่นน้ำอยู่ที่เพียงชั้น 3 นี้เท่านั้น

จาก 1 ถึงชั้น 7 ความสูงของน้ำตกประมาณ 100 เมตร แต่ระยะห่างจาก ชั้น 1 ถึงชั้น 7 นั้นก็จะมีระห่าง 10 เมตร 15 และ 20 เมตรบ้าง แล้วแต่ระยะ






ที่ตั้ง : อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูลังกา บ้านดงสว่าง ตำบลโพธิ์หมากแข้ง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ 

GPS : https://goo.gl/maps/aox5wRXvDf4VCKXa7


----------------


3. น้ำตกเจ็ดสี

น้ำตกเจ็ดสี (ห้วยกะอาม) เป็นน้ำตกที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว และชาวบ้านในพื้นที่ เดินทางมาท่องเที่ยวและเล่นน้ำบริเวณน้ำตก

สายน้ำตกเกิดจากธารน้ำของห้วยกะอาม ไหลมาตามหน้าผาหินทรายสูง และแผ่กว้างเป็นทางยาว สายน้ำตกกระทบหินเบื้องล่างเกิดเป็นละอองไอน้ำ เมื่อกระทบกับแสงแดดทำให้เห็นเป็นสีต่าง ๆ จึงเรียกว่า น้ำตกเจ็ดสี โดยแบ่งเป็น 3 ชั้นแต่ละชั้นสามารถเล่นน้ำได้ ลักษณะเป็นลานหินธรรมชาติ สวยงามมาก



ขอบคุณภาพจาก https://travel.trueid.net/detail/QJKX5XO9Da7M


ที่ตั้ง : อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ตำบลบ้านต้อง อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ

GPS : https://goo.gl/maps/9ZFAsnAnXTrVhJLm6


----------------


4. น้ำตกกินรี

น้ำตกตาดกินรี เป็นน้ำตกที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก เพราะมีความสวยงามและสะดวกแก่การเดินทาง สภาพน้ำตกมีความสวยงาม จำนวนชั้นไม่สูงมาก มีความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ น้ำใสไหลเย็น นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวชมความสวยงาม และมาพักผ่อนคลายความร้อนที่น้ำตกแห่งนี้

น้ำตกกินรี จะมี 4 ชั้นด้วยกัน แต่ส่วนชั้นสามกับสี่ มีหินโลมาน่ารัก แถมชั้นสี่เป็นพื้นที่ของวัดป่ากินรี ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปไหว้พระขอพร


ขอบคุณภาพจาก https://thailandtourismdirectory.go.th/th/attraction/218


ที่ตั้ง : อยู่ในอุทยานแห่งชาติภูลังกา บ้านนาอ่าง ตำบลโพธิ์หมากแข้ง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ 

GPS : https://goo.gl/maps/ZzrhzeRdBk2AMXtq8


----------------


5. น้ำตกชะแนน

น้ำตกชะแนน หรือ น้ำตกตาดชะแนน หรือ น้ำตกตาดสะแนน

น้ำตกตาดสะแนน (ภาษาอีสาน ตาด แปลว่า ที่ซึ่งมีน้ำไหล, สะแนน แปลว่า เตียงนอน)

น้ำตกตาดชะแนนเกิดจากลำห้วยชะแนนไหลลดหลั่นเป็นชั้นๆ 2 ชั้น เป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยงาม ถือได้ว่าน้ำตกนี้มีความงดงามอลังการที่สุดของประเทศเลยก็ว่าได้ โดยไฮไลท์ของที่นี่จะอยู่ที่บริเวณหน้าน้ำตกที่เป็นเหมือนลานหินทรายกว้างขนาด 100 เมตร เรียกว่า สะพานหิน เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น้ำลอดหายไป­ใต้แนวหิน



ขอบคุณภาพจาก fb.com/Chillpainai


ที่ตั้ง : อยู่ในหน่วยพิทักษ์ป่าชะแนน บ้านภูเงิน ตำบลบ้านต้อง อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ

GPS : https://goo.gl/maps/bxUegr5tBTEzmtzQA


----------------


หมายเหตุ : แนะนำให้มาช่วงฤดูฝน ต้นฤดูหนาว

บึงกาฬ ช้างป่าภูวัวดุเหยียบชาวบ้านขึ้นภูหาเห็ดป่าสาหัส



เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 พ.ค. หน่วยกู้ภัยสว่างศรีวิไลฯจุดโสกก่าม และจุดบึงโขงหลง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าถูกช้างป่าทำร้ายบนเขาภูวัว ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว โดยสถานที่เกิดเหตุอยู่ตรงกลางเขาภูวัว ห่างจากจุดให้อาหารเสริมของช้างของวัดถ้ำพระประมาณ 3-4 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว พร้อมกับชาวบ้านต้องเดินทางขึ้นไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเกือบ 7 กิโลเมตร และช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำผู้บาดเจ็บใส่บอร์ดขึ้นรถ 4*4 ลงมาจากเขาอย่างทุลักทุเล และส่งตัวผู้บาดเจ็บต่อให้กับหน่วยกู้ชีพนำส่ง รพ.บึงโขงหลง ต่อไป

สอบถาม นายนเรศ ชัยสีหา อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ที่ 6 บ้านศิริพัฒน์ ต.บ้านต้อง อ.เซกา จ.บึงกาฬ ผู้บาดเจ็บที่ยังพอพูดคุยได้ ว่าตนเองและเพื่อนบ้าน 3-4 คน ได้จอดรถจักรยานยนต์ไว้บริเวณน้ำตกเจ็ดสี แล้วก็เดินเท้าขึ้นภูเขาหาเห็ดไปเรื่อยๆ ในขณะที่ตัวเองกำลังก้มลงเก็บเห็ดป่าที่เกิดชุกชุมช่วงฝนตกสลับกับแดดจัดบางวันอยู่นั้น ได้มีช้างป่า 1 ตัว ปรี่เข้ามาใส่ตนเห็นท่าไม่ดีจึงโยนตะกร้าเห็ดทิ้งหวังวิ่งหนีเอาตัวรอดแต่ไม่ทันออกตัววิ่ง ช้างก็เข้าชาร์จถึงตัวก่อนจึงถูกทำร้าย พอรู้สึกตัวก็อยู่ใต้ท้องช้างแล้ว พยายามไม่ดิ้นแกล้งตายเพื่อไม่ให้ช้างเหยียบซ้ำ ผ่านไปประมาณ 10 นาที ช้างป่าถึงได้เดินหนีเข้าป่าจากไป คงคิดว่าตนเองเสียชีวิตแล้ว พอช้างเดินเข้าป่าไป เพื่อนๆ ที่ไปหาเห็ดด้วยกันที่วิ่งหนีเหมือนกันและอยู่ห่างออกไปราว 500 เมตร ก็มาช่วยเหลือเพราะได้ยินเสียงตนร้องขอความช่วยเหลือ และเพื่อนๆโทรแจ้งกู้ภัยและเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามาช่วยเหลือ เบื้องต้นคาดว่าบริเวณซี่โครงด้านซ้ายหัก มีรอยพกช้ำตามลำตัว 

ด้านนายวิษณุ กุมภาว์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว หลังได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ฐานปฏิบัติการถ้ำพระ ว่ามีชาวบ้านถูกช้างป่าทำร้าย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า กำชับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว หรือชาวบ้านที่จะเข้าไปหาเห็ดภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ต้องขออนุญาตก่อนและต้องมีเจ้าหน้าที่พาไปเท่านั้น หากฝ่าฝืนก็มีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 53 และมาตรา 55 แต่ส่วนมากชาวบ้านก็จะลักลอบเข้าไปในเขตป่าโดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ หาก จนท.ลาดตระเวนไปเจอก็จะผลักดันให้ออกจากพื้นที่ป่าทันที รายนี้ถือว่าโชคดีที่ได้รับบาดเจ็บเท่านั้น ไม่ถึงขั้นเสียชีวิต แต่อยากฝากเตือนไปยังชาวบ้านที่จะเข้าไปหาเห็ด หรือของป่าบนเขาภูวัว ไม่ควรเข้าไปอย่างเด็ดขาด เพราะมีช้างป่าอยู่เยอะ และมีอยู่หลายโขลง หากโดนทำร้ายอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้



นายนเรศ ชัยสีหา อายุ 50 ปีชาวบ้านหมู่ที่ 6 บ้านศิริพัฒน์ ต.บ้านต้อง อ.เซกา จ.บึงกาฬ ถูกหามขึ้นรถกู้ภัยหลังขึ้นไปเก็บเห็ดป่าบนภูวัว ถูกช้างป่าเข้าทำร้ายเหยียบได้รับบาดเจ็บสาหัส ซี่โครงหักมีแผลฟกช้ำตามตัวหลายแห่ง จนท.เตือนขึ้นไปเก็บของป่าต้องแจ้งไม่งั้นมีความผิดได้





https://www.youtube.com/watch?v=w5TYj-hfCKI


บึงกาฬ//ข่าว : นิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี

บึงกาฬ ตชด.จับกุมผู้ต้องหาไทย-ลาว 5 คน-รถยนต์ 2 คัน-กัญชา 600 กิโล ริมโขง



กัญชายังคงไหลทะลักข้ามโขงเข้ามาส่งให้กับผู้ค้าชาวไทยไม่ขาดสายครึ่งเดือนจับกุม 3 ครั้ง ล่าสุด ตชด.ร่วมกับหน่วยความมั่นคงจับกุมได้อีกมากกว่าครึ่งตันเกรดเอ ได้ผู้ต้องหาทั้งชาวไทยและชาวลาว 5 คน พร้อมรถยนต์ขนและรถนำหน้า 2 คัน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 พ.ค. ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ นภดล จอมเพชร ปลัดจังหวัดบึงกาฬ นายธีระพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ บำรุงสวัสดิ์ ผกก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ โคตรศรีวงศ์ ผบ.ร้อย ตชด.244 บึงกาฬ พ.ต.ท.เมธี ดีบุรี รอง ผกก.สส.สภ.หอคำ นายชัยณรงค์ สุระดะนัย ป้องกันจังหวัดบึงกาฬ นายปรีชา ดิษย์เมธาโรจน์ ผอ.ส่วนควบคุมทางศุลกากร น.ส.กมลนิตยกานต์ หาญคำหล้า ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดบึงกาฬ และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ แถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดประเภท 5 (กัญชา) เกรดเอเตรียมส่งเข้ากรุงเทพฯ จำนวน 600 แท่งน้ำหนัก 600 กิโลกรัม พร้อมช่อดอกกัญชาอีก 10 กิโลกรัม จับกุมผู้ต้องหาได้ 5 คนคือ 1.ท้าวกอนวิไล ยมมะราด อายุ 30 ปี บ้านสวนสะหวัน เมืองปากซัน แขวงบริคำไซ 2.นายศรัณย์ จันทร์ไว อายุ 20 ปี ที่ชาว จ.ปทุมธานี จับกุมได้ในที่เกิดเหตุริมโขงพร้อมรถยนต์ยี่ฮ้อ อีซุซุ ดีแม็ค สีน้ำเงิน ทะเบียน 2 ฒส 1934 กรุงเทพมหานคร 3.นายพีรพล พิศดำโม อายุ 20 ปี ชาว จ.นนทบุรี 4.นายธีวสุ กำไรนาค อายุ 26 ปีชาว จ.ชลบุรี จับกุมได้ขณะที่นั่งรอในรถยนต์ยี่ห้อ อีซุซุ สปาร์ค สีขาว ทะเบียน ผจ 8754 นครสวรรค์ หน้าศาลาที่พักริมสาย 212 บึงกาฬ-หนองคาย และ 5.น.ส.ชุติภา หิตมูล อายุ 28 ปีชาว จ.อุตรดิตถ์ ขยายผลเข้าจับกุมขณะนอนพักรออยู่รีสอร์ตแห่งหนึ่งใน จ.บึงกาฬ แจ้งข้อกล่าวหา 1.“ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีนำเข้ายาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) โดยไม่ได้รับอนุญาต”(เฉพาะผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ต้องที่ 2) 2.“ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”  ซึ่งเดือนเดียวจับกุมได้ 3 ครั้งคือในวันที่ 5 ,11 และ 20 พ.ค.มูลค่าประมาณ 12.2 ล้านบาท

ทั้งนี้สืบเนื่องจากคืนที่ผ่านมา พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ  ผกก.ตชด.24 สืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดประเภท 5 หรือกัญชาเข้าส่งให้กลุ่มผู้ค้าชาวไทยบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง หลังศูนย์ปฏิบัติธรรมป่าช้าบ้านไคสี หมู่ที่ 5 ต.ไคสี อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ โคตรศรีวงศ์ ผบ.ร้อย ตชด.244 บึงกาฬ ร.ต.อ.สมพงษ์ พบวันดี รอง ผบ.ร้อย.และร.ต.อ.สุริยา วรรณพฤกษ์ หน.ชุดปฏิบัติการข่าว ตชด.244 สนธิกำลังกับ พ.ต.ท.เมธี ดีบุรี รอง ผกก.สส.สภ.หอคำ พ.ต.ต.วิษณุ  จินาวงษ์ สว.ตำรวจน้ำบึงกาฬ ร.ท.ไชยา เนียมแสง ผู้ควบคุมเรือตรวจการณ์ลำน้ำ นรข.บึงกาฬ ร.อ.ภราดา หัตถประนิตย์ ผบ.ร้อย สกัดกั้นที่ 2 กกล.สุรศักดิ์มนตรี.ด.ต.คชาชาญ ทิพยมนตรี ผบ.หมู่ ป.ตม.และนายภูมินทร์ ศรีโฉม ปลัดฝ่ายป้องกันเมืองบึงกาฬ ร่วมกันออกตรวจสอบวางแผนเพื่อจับกุม

กระทั่งได้ยินเสียงเครื่องยนต์เรือวิ่งข้ามน้ำโขงมายังฝั่งไทยแล้วดับเครื่องยนต์ก่อนจะปล่อยเรือวิ่งเข้ามาชนตลิ่งใกล้จุดที่เจ้าหน้าที่ซุ่มรออยู่ หลังจากเรือหยุดนิ่งมีชายฉกรรจ์ 5-6 คนบนเรือเดินแบกกระสอบสีดำเข้ามากองไว้ริมฝั่ง จากนั้นมีรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุลักษณะด้านหลังเป็นตู้ทึบคล้ายรถบรทุกสินค้า วิ่งเข้ามารับกระสอบสีดำจากกลุ่มชายดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้ซุ่มรออยู่ จึงได้เข้าไปแสดงตัวเพื่อตรวจค้น ชายฉกรรจ์ต่างแยกย้ายกันวิ่งหลบหนี  แต่สามารถควบคุมตัวได้ 2 คน เป็นชาวไทยและชาวลาว เข้าตรวจสอบพบกระสอบปุ๋ยหอด้วยถุงพลาสติกสีดำจำนวน 13 กระสอบ กัญชาแห้งอัดแท่ง 600 แท่งน้ำหนัก 600 กิโลกรัม และอีก 1 กระสอบบรรจุช่อดอกกัญชาแห้ง จำนวน 10 กิโลกรัม ซึ่งเป็นสินค้าตัวใหม่คาดว่าจะนำเอาไปสกัดเป็นน้ำมันกัญชาต่อไป จึงนำของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.หอคำ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป




ที่กองร้อย ตชด.244 บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ นภดล จอมเพชร จว.บึงกาฬ นายธีระพล ขุนพานเพิง นอภ.เมืองบึงกาฬ พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ บำรุงสวัสดิ์ ผกก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ โคตรศรีวงศ์ ผบ.ร้อย ตชด.244 บึงกาฬ พ.ต.ท.เมธี ดีบุรี รอง ผกก.สส.สภ.หอคำ นายชัยณรงค์ สุระดะนัย ป้องกันจว.บึงกาฬ นายปรีชา ดิษย์เมธาโรจน์ ผอ.ส่วนควบคุมทางศุลกากร แถลงจับกุมผู้ต้องหาชาวไทย-ลาว 5 คนรถ 2 คันกัญชาแห้ง 600 กก.และช่อดอก 10 กก.








บึงกาฬ//ข่าว : นิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี

โปรดระวัง!ฝนที่ตกหนัก ฝนฟ้าคะนองกับมีลมแรง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 20 - 23 พฤษภาคม 2565)" ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2565

มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมประเทศไทย ทะเลอันดามัน และอ่าวไทย ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงในบริเวณอ่าวมะตะบันจะเคลื่อนผ่านประเทศเมียนมา เข้าสู่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้

ในช่วงวันที่ 20-23 พฤษภาคม 2565 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งภาคใต้ตอนบน

ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้


ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2565

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตรกำแพงเพชร และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี และนครพนม

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม และนครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา


ในช่วงวันที่ 21-22 พฤษภาคม 2565

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีษะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร กาญจนบุรี และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต


วันที่ 23 พฤษภาคม 2565

ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร กาญจนบุรี และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนบริเวณทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง





ตรวจหวย!! งวดล่าสุด วันที่ 16 พฤษภาคม 2565

 



สลากกินแบ่งรัฐบาล/16 พฤษภาคม 2565
หมวดหมู่เลขที่ออกรางวัล
รางวัลที่ 11550126,000,000 บาท
เลขหน้า 3 ตัว736 2474,000 บาท
เลขท้าย 3 ตัว540 2364,000 บาท
เลขท้าย 2 ตัว062,000 บาท

รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1: รางวัล 100,000 บาท
155013155011

รางวัลที่ 2: รางวัล 200,000 บาท
834831906492243880138648034469

รางวัลที่ 3: รางวัล 80,000 บาท
818637813517908522999289510732540646197770423387973781214041

รางวัลที่ 4: รางวัล 40,000 บาท
746627313439427353135307713610181559581416362363973621201394711525271952234259946794417235462186323541375546730171973062799881497551389714866530813280694416326167928267391791707704153108498234605667441194538395147785925025555889129532976980000680708942831329026381739050587387521027715686807429116933

รางวัลที่ 5: รางวัล 20,000 บาท

377263069757176692926126188310149011070420195599610063088532213677867965860928476813514246534579233382842286859710751267179335863926595272153650706352355406195639597937057998558657583330602010798147047485694256142937691207223504325940371012183392780787449807012585918884173374186963980754171411369077951098531689355910617336786047072877218830310250418906158135936835881462187409801986287817162126045197370483144165273746886565012056811424669609360793027895246589104773377515042743576500559342493687872347709601243380526444843889380570811070878466858515223846544223151843068935695687979946595768994877