BREAKING NEWS
latest

728x90

ad ad

468x60

ad ad

Slider

latest

Slider Right

randomposts4

ท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ

ท่องเที่ยว/block-7

ด่วน! อุบัติเหตุ-อาชญากรรม ล่าสุด

อุบัติเหตุ/block-1

ประชาสัมพันธ์

ประชาสัมพันธ์/block-1

การเกษตร-ชาวสวน

การเกษตร/block-6

เรื่องน่ารู้

เรื่องน่ารู้/block-6

ยาเสพติด-ยาบ้า

ยาเสพติด/block-5

คนหางาน งานหาคน

คนหางาน งานหาคน/block-1
งานราชการ/block-3

คลิปวีดีโอ | Clip

คลิป/block-3

บึงกาฬ | Buengkan

บึงกาฬ/block-1

ปากคาด | pakkhat

ปากคาด/block-1

ศรีวิไล | Siwilai

ศรีวิไล/block-1

พรเจริญ | phoncharoen

พรเจริญ/block-1

เซกา | seka

เซกา/block-1

บุ่งคล้า | BungKhla

บุ่งคล้า/block-1

โซ่พิสัย | sophisai

โซ่พิสัย/block-1

บึงโขงหลง | buengkhonglong

บึงโขงหลง/block-1

การศึกษา

สมัครเรียน/block-6

จิตอาสา

จิตอาสา/block-6

โรงแรม ที่พัก จ.บึงกาฬ

โรงแรม/block-3

แนะนำร้านอาหาร-ของฝาก

อาหาร/block-3

ซื้อ-ขาย

ซื้อขาย/block-1
ad

หวย-สลากกินแบ่งรัฐบาล

สลากกินแบ่งรัฐบาล/block-7
ad

ไอที-เทคโนโลยี

เทคโนโลยี/block-7

จังหวัดบึงกาฬ!!

จังหวัดบึงกาฬ/block-1
ท่องเที่ยว

Latest Articles

สลด!! สาววัยดึกจะได้เงินเวนคืนที่ดิน 6 ล้าน..โชคร้ายออกหาปลา จมน้ำ 7 วัน ยังไม่โผล่





สาวใหญ่วัย 58 ปีรอรับโอนเงินเวนคืนที่ดิน 6 ล้านบาทจากกรมชลฯ ออกจากบ้านไปยกยอหาปลากับเพื่อนบ้าน เกิดโชคร้ายพลัดตกฝายน้ำล้นที่ไหลแรงเชียวกรากร่างมุดเข้าไปใต้จอกแหนที่หนาและสูงกว่า 5 เมตรต่อหน้าเพื่อนที่ช่วยไม่ทันผ่านไป 7 วันระดมหน่วยกู้ภัยค้นหาร่างยังไม่พบ แต่ไม่ท้อทั้งหน่วยงานราชการและกู้ภัยเร่งนำอุปกรณ์และเครื่องจักรมาช่วยค้นหา ชาวบ้านบอกฝายนี้สร้างมากว่า 50 ปีมีคนจมน้ำเสียชีวิตมาแล้วกว่า 15 ศพ






เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 ก.ย. นายธีระพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า จากกรณีที่ นางถาวร ผลจันทร์ อายุ 58 ปี บ้านเลขที่ 163 หมู่ที่ 6 บ้านท่าโพธิ์ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ได้ออกจากบ้านไปหาปลากับเพื่อนบ้านที่ฝายน้ำล้นห้วยกำแพง ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 2 กิโลเมตรและได้เกิดอุบัติเหตุพลัดตกลงไปในน้ำก้นฝายที่มีน้ำไหลแรงเชี่ยวกราก และร่างได้ถูกกระแสน้ำพัดลงน้ำห้วยที่มีจอกหูหนูสะสมทับซ้อนกันสูงกล่าว 5 เมตร เกิดเหตุตั้งแต่เย็นวันที่ 10 ก.ย.โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายสนิท ขาวสอาด นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ รอง ผวจ.ด้วยความเป็นห่วงใจ จึงสั่งการระดมหน่วยกู้ภัยต่างๆ ในจังหวัดบึงกาฬ ทางภาคราชการและภาคเอกชน เร่งค้นหาร่างผู้สูญหายให้พบ แต่เวลาผ่านไปกว่า 7 วันแล้วก็ยังไม่มีวี่แววจะพบร่าง ส่วนหน่วยกู้ภัยที่มาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันออกค้นหาทั้งบนผิวน้ำและใต้น้ำ คือ 1.เทศบาลเมืองบึงกาฬ 2.สว่างศรีวิไลธรรมสถาน 3.กู้ภัยนทีธรรม 4.บึงโขงหลงฐานภูลังกา 4.บึงกาฬร่วมใจ 5.เทพารักษ์ 6.อบต.ดงบัง 7.หน่วย นรข.บึงกาฬ 8.สว่างเมธาธรรม อุดร นอกจากนี้ยังมีหน่วยกู้ภัยวีอาร์จาก อ.บ้านดัง จ.อุดรธานี และจากจังหวัดสกลนคร ได้มาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาค้นหาร่างผู้สูญหา ส่วนแม่งานหลักสนับสนุนทั้งกำลังคน เรือและกำลังทรัพย์เป็นค่าน้ำมัน อาหารการกินบ้างคือเทศบาลเมืองบึงกาฬ โดยการนำของ นายราชันย์ วะนาพรม นายกเทศมนตรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ สนับสนุนเรือค้นหาโดยนายก อบจ.นางแว่นฟ้า ทองศรี ทีว่าการอำเภอเมืองบึงกาฬ มอบน้ำดื่ม ส่วนอาหารการกินอื่นๆ ก็มีพี่น้องประชาชนชาวบ้านท่าโพธิ์และใกล้เคียงร่วมกันบริจาคและมาร่วมกันทำอาหารรับประทานร่วมกันไม่ว่าจะเป็นส้มตำ แกงหน่อไม้ อ่อมหวายฯ





ด้านนางสวรรค์ พินันท์ อายุ 76 ปีอยู่บ้านเลขที่19 หมู่ 6 บ้านท่าโพธิ์เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าได้ชวนกันมายกยอหาปลาที่ฝายน้ำล้นพัฒนาชนบทห้วยกำแพงของหน่วยเร่งรัดพัฒนาชนบท หรือ รพช.เดิม ขณะยกยอ หรือภาษาอีสานเรียกว่า”ยกสะดุ้ง”อยู่นั้น จู่ๆ นางถาวร ก็เดินลงไปในน้ำใต้เขื่อนฝายน้ำล้นที่น้ำกำลังไหลแรง ไม่พูดจาอะไรเหมือนมีคนชวนให้เดินตามไปตนเองก็ร้องเรียกว่าอย่าลงไป ลงไปทำไมมันอันตรายแกก็ไม่ฟัง แล้วน้ำก็ได้พัดผู้สูญหายลงไปใต้จอกแหนซึ่งหนากว่า 5 เมตรความลึกของน้ำ 3 เมตรจมหายไปต่อหน้าต่อตาหลายคนที่หาปลาอยู่ใกล้ๆ ก็ช่วยไม่ทัน และไม่รู้จะช่วยกันยังไงเนื่องจากน้ำไหลแรงมาก





ส่วนนายบุญเพ็ง นาโควงค์ อายุ 56 ปี สามีของนางถาวร ผู้สูญหายเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าช่วงเช้าของวันเกิดเหตุปกติภรรยาก็ออกไปหาปลาเช่นนี้ทุกวันจะกลับมาช่วงเที่ยง แต่วันนี้ผิดสังเกตจะค่ำแล้วยังไม่กลับบ้านจนกระทั่งมีคนโทรมาบอกว่าภรรยาของตนจมน้ำหายไป ก่อนเกิดเหตุร้าย 1 วันได้ฝันว่าได้เมียสาวประเภทสองอีกคนขณะที่มีเพศสัมพันธ์กันมีกลิ่นเหม็นคาวจนอ๊ วกแตก พอคืนถัดมาฟันว่ามีเครื่องบินมาจอดหน้าบ้านตนเอง แล้วนางถาวรภรรยาก็ได้วิ่งกระโดดขึ้นไปบนเครื่องบินหายลับไปกับตาไม่รู้ไปไหน  ส่วนรางบอกเหตุหรือรางสังหรณ์ผู้สูญหายได้พูดเป็นนัยๆ ว่าสงสัยจะไม่ได้ใช้เงินล้านด้วยแล้ว ตนก็ถามไปว่าทำไมละ “กูสิหอบเงินหนี” ภรรยาตอบมาแบบนี้ ซึ่งความเป็นจริงพวกตนกำลังรอการโอนเงินเข้าบัญชี 5-6 ล้านบาทจากกรมชลประทานที่จะมาสร้างสำนักงานชลประทานจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นค่าเวนคืนที่ดินบนที่สวนยางที่อยู่ริมแม่น้ำโขง

ด้านนายเชิดชัย เจริญดี รองปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ กล่าวว่า ปัญหาอุปสรรคของหน่วยกู้ภัยที่มาร่วมปฏิบัติการค้นหาร่างผู้สูญหายในครี้งนี้ คือกระแสน้ำที่ไหลแรงเชี่ยวกราก และจอกแหนที่ตายสะสมทับถมกันเป็นจำนวนมากสูงกว่า 5 เมตรกินเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ น้ำจึงไหลจากฝายน้ำล้นมุดเข้าไปใต้จอกหูหนูอย่างแรงเชี่ยวกราก ตลอด 7 วันผ่านมาต้องใช้รถแบ็คโฮ 2 คันทั้งผลักส่งไปตามน้ำไหลและทั้งตักจอกขึ้นข้างบน โดยได้รับการสนับสนุนเครื่องจักรจากหจก.ไชยเลิศชินภัทร 1989 และบริษัท กิจสิริภัทร คอนสตรัคชั่น จำกัด โดยเทศบาลเมืองบึงกาฬได้สนับสนุนน้ำมันรถ คาดว่าพรุ่งนี้เป็นวันที่ 8 จอกก็จะหมดไปจากจุดที่เกิดเหตุ ซึ่งก็จะทำให้หน่วยกู้ภัยปฏิบัติงานได้สะดวกขึ้น ทุกคนยังมีความหวังว่าจะพบร่างผู้สูญหายอย่างแน่นอน.





บึงกาฬ//ข่าว : เกรียงไกร พรมจันทร์

สานเสวนาเสริมสร้างการมีส่วนร่วมและปรึกษาหารือ "เสริมสร้างเครือข่ายประชาชนประชาธิปไตย"




เมื่อวันที่ 16 ก.ย.64 พ.อ.สุจิรชัย มหาธรรม รอง ผอ.รมน.จังหวัด บ.ก.(ท.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสานเสวนาเสริมสร้างการมีส่วนร่วมและปรึกษาหารือ กิจกรรม การเสริมสร้างเครือข่ายประชาชนประชาธิปไตย โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างการรับรู้ข่าวสารที่ถูกต้องให้กับประชาชน รวมทั้งสื่อสารข้อมูลของภาครัฐให้ประชาชนรับรู้ถึงการดำเนินงาน และรับทราบข่าวสารของประชาชน

โดยผ่านการมีส่วนร่วมและการปรึกษาหารือในชุมชนตำบลโนนสมบูรณ์ โดยจัดที่ ศาลาประชาคม หมู่ 13 บ้านทรายทอง ในครั้งนี้มีผู้ร่วมโครงการฯ จำนวน 100 คน ซึ่งเป็นผู้นำชุมชน กำนัน ผญบ. อสม. และประชาชนในพื้นที่ ต.โนนสมบูรณ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ทั้ง 13 หมู่บ้าน ผลการดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย











บึงกาฬ//ข่าว : ธรรมชาติ ทองบุตดี

หวย!! ตรวจหวย งวดล่าสุด วันที่ 16 กันยายน 2564

 



สลากกินแบ่งรัฐบาล/16 กันยายน 2564
หมวดหมู่เลขที่ออกรางวัล
รางวัลที่ 10709356,000,000 บาท
เลขหน้า 3 ตัว609 8174,000 บาท
เลขท้าย 3 ตัว007 3794,000 บาท
เลขท้าย 2 ตัว902,000 บาท

รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1: รางวัล 100,000 บาท
070934070936

รางวัลที่ 2: รางวัล 200,000 บาท
146272573404323836701242107594

รางวัลที่ 3: รางวัล 80,000 บาท
268726218317228836045928040643004130062597225771852593388096

รางวัลที่ 4: รางวัล 40,000 บาท
483411230860482532808893360660417513154106356214442979622424893813746652193148912038516271476297985422646158297611794819274165182666298902798608041109499358112752148677204372481458821390491333285957696485559962934059770608099007465768430041159378580459600095842371699191173063777807194213768326229704

รางวัลที่ 5: รางวัล 20,000 บาท

024270065409216881665869083520847028786267299454697277874255114586752425633658820919182294248903237832144455234905576248522972934260105389103399807349605819233478442460699032011571648974500252281121934404797526315673341512654488444292241958897769196096569751426556051003807908890427286209250185439752311687501793746008216739667503690283358580756667729889031681475084281191407978545510779090289826048524028246662705723814990160696101053104273983915866487742571934605412919682176126657646494997151060658279220357685265775433237445094079979247949640167662609584288815205179480133017861005508703892393787


บึงกาฬ ตชด.จับ 5 ผู้ต้องหาขนยาบ้ากว่า 1 ล้านเม็ด รถยนต์ 2 คันริมโขง(มีคลิป)




สองคู่ผัวเมียและหลานชาย 1 คน ชาวจังหวัดอุบลราชธานี อ้างช่วงโควิดตกงานมารับจ้างขนยาบ้าไปส่งให้นายทุนที่จังหวัดศรีสะเกษ รับสารภาพว่าจะได้ค่าจ้างเป็นเงิน 50,000 บาท เคยทำมาแล้ว 1ครั้ง คราวก่อนไปส่งยาบ้าได้ตามเป้าหมายโดยไม่ถูกจับกุม คราวนี้มารับยาบ้าริมโขงเช่นเดิมแต่ไม่รอดถูก ตชด.สนธิกำลังจับกุมได้


เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 16 ก.ย. ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ นายวราดิศร อ่อนนุชปลัดจังหวัดบึงกาฬ พ.อ.ศิวดล ยาคล้าย รอง ผบ.ควบคุมที่ 2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พ.ท.หญิงกัญญามาส กาญจนะ หน.ฝบค.กอ.รมน.บึงกาฬ นายสมบัติ ฆ้อนทอง ผอ.ส่วนควบคุมทางศุลกากร นายชัยณรงค์ สุระดะนัย ป้องกันจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกันแถลงจับกุมผู้ต้องหา 5 รายที่ขับรถยนต์มารับยาบ้าในสวนยางพาราริมฝั่งโขงบ้านสะง้อ หมู่ที่ 2 ต.หอคำ อ.เมืองบึงกาฬ ของกลางยาบ้า 3 กระสอบจำนวน 1,002,000 เม็ด รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า แค็ปสีดำ ทะเบียน บว 8404 ศรีสะเกษและรถยนต์เก๋งยี่ห้อมาสดา สีดำ ทะเบียน บฉ 5086 ชลบุรี ข้อหาร่วมกันมายาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย 

ทั้งนี้จากการสืบทราบของ พล.ต.ต.สุภัทร ม่วงสมัย ผบก.ตชด.ภาค 2 ว่าจะมีขบวนการลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมากลงเรือข้ามน้ำโขงมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อส่งมอบให้กลุ่มผู้ค้าชาวไทยบริเวณสวนยางพาราริมฝั่งโขง บ้านสะง้อ หมู่ที่ 2 ต.หอคำ จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เพิ่มศักดิ์ ตาตะนันทนั ผกก.ตชด.24 สนธิกำลังกับ พ.ต.อ.สุกฤษณ์ ข้อร่วมคิด ผกก.สืบสวน ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.อ.เฉลิมศักดิ์ เถียรทองศรี ผกก.สภ.หอคำ พ.ต.อ.เอกนรินทร์  สุวรรณทา ผกก.ตม.บึงกาฬ วางแผนจับกุม กระทั่งเวลาประมาณ 03.00 น.คืนผ่านมาขณะที่ พ.ต.ท.พลสันต็ คมขาว ผบ.ร้อย ตชด.ร.ต.อ.สมพงษ์ พบวันดี รอง ผบ.ร้อย ร.ต.อ.สุริยา วรรณพฤกษ์ หน.ชุดปฏิบัติการข่าว ร.ท.ประพนธ์ สีวะกูล ประจำ บก.สน.เรือบึงกาฬ ร.ต.อ.ทองจันทร์ หิรัญวร รอง สว.(ป.)ตำรวจน้ำและชุดสืบสวน สภ.หอคำ ดักซุ่มตามจุดที่คาดว่ากลุ่มคนร้ายจะลำเลียงยาเสพติดขึ้นจากเรือริมฝั่งโขง พบเห็นรถยนต์กระบะวิ่งลงมาจากถนนสาย 212 เข้าไปตามถนนสวนยางพาราประมาณ 200 เมตร ส่วนรถเก๋งอีกคันจอดเฝ้ารอต้นทางอยู่บนถนน 212 ทางแยกลงมาสวนยาง จากนั้นมีชาย 2 คนลงเดินลงมาจากรถกระบะยกกระสอบสีดำขึ้นรถ เจ้าหน้าที่ซุ่มรออยู่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมทราบชื่อ นายมงคลหรือจ่อย วงทอง อายุ 50 ปี 27 หมู่ที่ 6 ต.ยางใหญ่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี และนายรอน สุธรรม อายุ 44 ปี บ้านเลขที่ 34/1 หมู่ 7 ต.บัวงาม อ.บุญทริก จ.อุบลราชธานี ส่วนรถเก๋งที่จอดดูต้นทางก็ถูก จนท.อีกชุดเข้าควบคุมตัวทราบชื่อคนขับ นายธีรวัฒน์ วัลคำ อายุ 39 ปี ที่อยู่ 29 หมู่ 3 ต.ยางใหญ่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี นางแตงอ่อน วงทอง อายุ 53 ปี ที่อยู่ 27 หมู่ 6 ต.ยางใหญ่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี และน.ส.ละออง บุตตะวงษ์ อายุ 42 ปี ที่อยู่ 81 หมู่ 3 ต.ยางใหญ่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ค้นในรถพบยาบ้า 3 กระสอบจำนวน 1,002,000 เม็ด จึงยึดไว้เป็นของกลาง

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายมงคลหรือจ่อย วงทอง รับสารภาพว่า ช่วงโควิดระบาดตกงาน จึงได้รับการว่าจ้างจากเสี่ยรายหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษให้มารับยาเสพติดที่ริมโขงจังหวัดบึงกาฬ โดยตกลงค่าจ้าง 50,000 บาท จึงได้ชวนภรรยาคือนางแตงอ่อน และญาติๆ มาช่วยขนและดูต้นทางด้วย ซึ่งเคยทำมาแล้ว 1 ครั้งและได้ส่งให้ผู้ว่าจ้างสำเร็จตามเป้าหมาย แต่คราวนี้ไม่รอด จึงถูกแจ้งข้อหาร่วมกันมายาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.หอคำ ดำเนินคดีต่ไป.







กองร้อย ตชด.244 อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ นายวราดิศร อ่อนนุช ปจ.บึงกาฬ พ.อ.ศิวดล ยาคล้าย รอง ผบ.ควบคุมที่ 2 กกล.สุรศักดิ์มนตรี นายสมบัติ ฆ้อนทอง ผอ.ส่วนควบคุมทางศุลกากร นายชัยณรงค์ สุระดะนัย ป้องกันจังหวัดบึงกาฬ จับ 5 ผู้ต้องหาชาว จ.อุบล ใช้รถกระบะและเก๋งขนยาบ้ากว่า 1ล้านเม็ด









บึงกาฬ//ข่าว : นิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี

คลิปกองปราบ-ทหาร ขับรถไล่ล่าจับกุมขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติ(มีคลิป)





เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 ก.ย. ภาพเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 3 กองกำกับการ 3 กองปราบปราม พร้อมทหารชุดควบคุมที่ 2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และทหารพรานที่ 2107 นำรถยนต์ไล่ล่าจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด ที่กำลังบรรทุกของกลางกัญชาแห้งอัดแท่ง ไปส่งต่อให้กับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ตอนใน โดยภาพเจ้าหน้าที่ได้ใช้รถยนต์ขับตามประกบรถยนต์ยี่ห้อ อีซูซุ รุ่นดีแม็คซ์ สีฟ้า ทะเบียนหมายเลข บย 3710 กาฬสินธุ์ ที่มีนายพรไพร หรือเสือ หนูตอ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 220 หมู่ที่ 6 ต.ดงหม้อทอง อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร เป็นผู้ขับขี่ขณะขับมุ่งหน้าไปทาง อ.เซกา ก่อนจะขับรถเข้าปาดหน้า ขณะรถกำลังชะลอตัว บริเวณบนถนนสาย 2026 บึงโขงหลง-เซกา พื้นที่บ้านโนนจำปาทอง หมู่ที่ 10 ต.โพธิ์หมากแข้ง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ  จึงเข้าแสดงตัวพร้อมกับสั่งให้ผู้ต้องสงสัยหยุดรถ เพื่อทำการตรวจค้นจับกุม จากการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) จำนวน 290แท่ง น้ำหนักประมาณ 290 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 8 ล้านบาทซ่อนอยู่ด้านท้ายกระบะรถยนต์ โดยนำเสื่อพลาสติกปกคลุมอำพรางเอาไว้ 

ทั้งนี้จากการสืบทราบของ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) ว่าจะมีการลักลอลำเลียงยาเสพติดประเภท 5 จากจุดพักแถวริมโขง ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.๓ บก.ป.พ.ต.ท.สิทธิพร มีอาษา สว.กก.3 บก.ป ด.ต.อัครรัฐ อรรคบาล ด.ต.สนธยา บัวถนอม ผบ.หมู่.กก.3 บก.ป.สนธิกำลังกับ ร.ต.เด่นศักดิ์ ศรีจันทร์ หน.ชุด บก.ควบคุมที่ 2 ร.อ.พรมมา จันทะวาลย์ ผบ.ร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่.2107 ร.ต.อ.ทองจันทร์ หิรัญวร รอง สว.(ป.)ตำรวจน้ำบึงกาฬ วางแผนจับกุม ขณะที่รยนต์กลุ่มผู้ต้องหาขับออกมาจากจุดพักยาเสพติดจึงได้ขับรถสกดรอยตามไปห่างๆ ก่อนจะได้จังหวะจึงเร่งเครื่องเข้าปาดหน้าและประกบด้านข้างด้านหลังหนีต่อไปไม่ได้จึงยอมจำนนโดยดีดังกล่าว 

จากการสอบสวน นายพรไพร หรือเสือ หนูตอ เบื้องต้นให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และซัดทอดว่ามี นายขวัญฯ เป็นผู้ขับรถนำทาง จนท.จึงขยายผลไปจับกุมนายขวัญชัย หรือขวัญ แน่นอุดร อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 252 ถนนนเรศวร ต.เขาสามยอด อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี ได้ที่บริเวณถนนสาย 2096 คำตากล้า-บ่อแก้ว พื้นที่บ้านท่างาม ต.บ่อแก้ว อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร จากการสอบถามนายขวัญชัย หรือขวัญ ให้การปฏิเสธ แต่ด้วยพยานหลักฐานการใช้โทรศัพท์ติดต่อกันกับนายพรไพร จนท.จึงจับกุม พร้อมตรวจยึดรถยนต์ยี่ห้อ อีซูซุ รุ่นดีแม็คซ์ สีขาว ทะเบียน พต 7587อุดรธานี ที่ใช้ขับนำเส้นทางอีก 1 คัน พร้อมนำตัวมาสอบสวนที่ฐานปฏิบัติการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี บ้านดงโทน เบื้องต้นตั้งข้อหา“ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท 5(กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” นายพรไพร หรือเสือ หนูตอ รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนนายขวัญชัย หรือขวัญ ให้การปฏิเสธ จึงนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เซกา ดำเนินคดีต่อไป.












บึงกาฬ//ข่าว : นิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี

บึงกาฬ จับหนุ่มใหญ่วัย 42 ปี หลอนยาเผาบ้านตัวเอง ... วอดทั้งหลัง !!




เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่บ้านนาทราย ...จับหนุ่มใหญ่หลอนยาเผาบ้านตัวเอง ... วอดทั้งหลัง !! 

สภ.ศรีวิไล รายงานเหตุ 191 กรณีเพลิงไหม้ที่บ้านนาทราย หมู่ 6 ต.นาสิงห์ ร้อยเวร 20, 30 สายตรวจพร้อมกู้ภัยฯออกว.4 ตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบว่าเพลิงไหม้บ้านทั้งหลัง พบผู้ก่อเหตุในบริเวณที่เกิดเหตุ จึงได้ควบคุมตัวมาตรวจสารเสพติด และจับกุมข้อหาเสพยาเสพติดฯ ดำเนินคดีต่อไป

เมื่อวันที่ 12 ก.ย.64 เวลา 23.00 น. โดยการอำนวยการของ พ.ต.อ.นาคินทร์ พลโยธา ผกก.สภ.ศรีวิไล, พ.ต.ท.เสกสรรค์ บาอุ้ย รอง ผกก.ป.สภ.ศรีวิไล️ สั่งการให้ ร.ต.อ.ไพรัตน์ อุประ รองสวป. สภ.ศรีวิไล ร้อยเวร20 พร้อมด้วยสายตรวจชุดที่ 1 ️ร่วมกันจับกุม นายสมผล พิมพ์ท่าโพธิ์ อายุ 42 ปี 382 หมู่ 6 บ.นาทราย ต.นาสิงห์ อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ ️พร้อมด้วยของกลาง ใบรายงานผลตรวจปัสสาวะโรงพยาบาลศรีวิไล จำนวน 1 แผ่น ️โดยกล่าวหาว่า / 1. เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย / สถานที่จับกุม บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 382 ม.6 บ.นาทราย ต.นาสิงห์ อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ ️นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป









บึงกาฬ รอง ผวจ.พานทท.ที่ฉีดวัคซีนเข็ม 2 แล้ว ขึ้นชมถ้ำนาคาหลังโควิดแนวโน้มดีขึ้น(มีคลิป)




เมื่อเวลา 07.30น.วันที่ 12 ก.ย.ที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา ต.โพธิ์หมากแข้ง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ นำคณะนักท่องเที่ยวขึ้นชมถ้ำนาคา แหล่งท่องเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติภูลังกา ที่มีลักษณะของผนังถ้ำ คล้ายเกล็ดของงูขนาดใหญ่ หรือเกล็ดพญานาค เพื่อเป็นการ Kick Off เปิดการท่องเที่ยวภายในจังหวัดบึงกาฬ หลังสถานการณ์โควิด-19 ทั้งภายในจังหวัดและระดับประเทศมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยมาตรการขณะนี้ นักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 เข็มแล้ว สามารถเดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดบึงกาฬได้เลย โดยไม่ต้องกักตัว อย่างไรก็ตาม ยังต้องมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวไว้ที่ 168 คน/วัน และนักท่องเที่ยวทุกคนต้องจองคิวเข้าชมผ่านแอปพลิเคชัน QueQ ก่อนเท่านั้น

นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ รอง ผวจ. กล่าวว่า วันนี้ได้นำทีมอาสาพาเที่ยว มาประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ  โดยเฉพาะในช่วงเดือนตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม บึงกาฬจะมีบรรยากาศ และทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุด ถือว่าเป็นไฮท์ไลท์ของจังหวัดบึงกาฬ มีนักท่องเที่ยวเริ่มเข้ามาบ้างแล้ว จึงถือโอกาสนำนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง มาทดสอบการท่องเที่ยวในวิถีใหม่ โดยเราจะทำกลุ่มท่องเที่ยวให้มีคุณภาพ และมีความปลอดภัย โดยเฉพาะเราได้เริ่มต้นเชิญชวนทักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ให้สามารถมาท่องเที่ยวที่บึงกาฬได้เลยโดยไม่ต้องกักตัว โดยเฉพาะการเข้าเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญๆ เช่นถ้ำนาคา ซึ่งในปีนี้เราจะให้น้ำหนักการท่องเที่ยวมาที่อำเภอบึงโขงหลง เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่หลากหลาย ทั้งชมถ้ำ ชมน้ำตกที่สวยงาม เช่น น้ำตกตาดกินนรี และน้ำตกตาดวิมานทิพย์ แต่นักท่องเที่ยวต้องมีใบรับรองว่าฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 เข็มแล้ว 

นายอารมณ์ ผาสีดา หัวหน้าชุดอุทยานแห่งชาติภูลังกา ให้ข้อมูลเรื่องมาตรการในการเข้าชม ว่า นักท่องเที่ยวต้องได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 เข็ม หรือรับเข็มแรกมาแล้ว 14 วัน, ต้องจองคิวเข้าชมผ่านแอปพลิเคชัน QueQ เพราะจากสถานการณ์โควิด-19 ทางอุทยานฯ รับนักท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 168 คน/วัน จากในสถานการณ์ปกติ 360 คน/วัน นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังต้องเตรียมสิ่งของจำเป็นตัดตัวมาด้วย เช่น น้ำดื่ม และถุงมือ โดยระยะทางขึ้นชมถ้ำนาคาอยู่ที่ 2 กิโลเมตร การเดินทางไปกลับจะใช้เวลาประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง รวมถึงนักท่องเที่ยวต้องห้ามทิ้งขยะ ห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดอกไม้ ธูปเทียน หรือแป้งฝุ่นขึ้นไปบนภูลัง ห้ามก่อกองหินเป็นองค์พระธาตุ ห้ามแตะต้องหรือสัมผัส และเก็บได้แต่ภาพบรรยากาศเท่านั้น โดยในระหว่างการเดินทางขึ้นไปชมถ้ำนาคา จะปรากฏความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติตลอดเส้นทาง และขณะนี้ ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝน ยังมีไฮท์ไลน์อีกจุดหนึ่งที่สวยงาม คือมีพันธุ์กล้วยไม้ดิน ที่มีชื่อว่า เอื้องนาคา หรือเอื้องนาคราช ซึ่งจะขึ้นเฉพาะในช่วงเดือนนี้เท่านั้น หากนักท่องเที่ยวต้องการจะมาเยี่ยมชม อย่างช้าต้องมาไม่เกินเดือนตุลาคมนี้

สำหรับในวันนี้ นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาเข้าชมถ้ำนาคาจนครบโควตาที่ 168 คน และทุกคนต่างได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง ได้กล่าวว่า ได้เดินทางมาจากทั้งกรุงเทพฯ และมหาสารคาม มีความประทับใจมากมาแล้วไม่ผิดหวังเลย เพราะบึงกาฬเป็นจังหวัดที่ดีมาก อาหารอร่อย ที่พักสะอาด ผู้คนน่ารัก มีเพื่อนร่วมเดินทางคือไกด์อาสา ท่านรองผู้ว่าฯ ก็น่ารักมากๆ ใจดีพาเที่ยวชม ซึ่งนักท่องเที่ยวรายหนึ่งบอกว่า เพิ่งหกล้มเมื่อ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ก็มาถึงตรงนี้ได้ก็เพราะความเชื่อศรัทธาในองค์พญานาค.












บึงกาฬ//ข่าว : เกรียงไกร พรมจันทร์ 

มท.2 สั่งเร่งกำจัดผักตบชวาป้องกันน้ำเน่าเสีย ใช้ผลิตน้ำประปาชุมชน(มีคลิป)




เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 12 ก.ย.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย (มท.2) เดินทางไปเพื่อรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน บริเวณหนองน้ำกุดตากล้า บ้านพัฒนาภิบาล ตำบลเซกา อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นหนองน้ำสาธารณะมีพื้นที่ประมาณ 150 ไร่ มีผักตบชวาและจอกหูหนูยักษ์สะสมมากกว่า 90 ไร่ หนองน้ำกุดคำตากล้ามีความสำคัญในการผลิตน้ำประปาของชุมชนเซกา และน้ำประปาของโรงพยาบาลเซกา โดยมี นายสนิท ขาวสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ รองผู้ว่าฯ นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ นายพรรณรบ เตชะมงคลาภิวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกรมโยธาธิการและผังเมือง นายพิสิษฐ์ ชิณะวิพัฒน์  โยธาธิการและผังเมืองบึงกาฬ พร้อมด้วยนายออมสิน คำมุก นายอำเภอเซกา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ประชาชนในพื้นที่ ให้การต้อนรับ

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย หรือ มท.2 กล่าวว่า ผักตบชวาและวัชพืชจัดเป็นสิ่งกีดขวางทางน้ำที่เป็นอุปสรรคในการระบายน้ำ ก่อให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสีย แหล่งน้ำตื้นเขิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่ใช้ชีวิตเกี่ยวพันกับสายน้ำ ดังนั้น รัฐบาลจึงให้ความสำคัญและเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาในเรื่องการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมในส่วนของการจัดการแหล่งน้ำ การบริหารจัดการน้ำ สำรวจสิ่งก่อสร้างที่กีดขวางทางน้ำ และการจัดการปัญหาผักตบชวาและวัชพืชต่าง ๆ พร้อมเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนบูรณาการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาให้เห็นผลเป็นรูปธรรมและมีความยั่งยืน พร้อมกำชับให้กรมโยธาธิการและผังเมือง บูรณาการร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ และทุกหน่วยงาน เร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืชให้เป็นรูปธรรม ซึ่งปัจจุบันได้รับผลกระทบจากการขยายตัวของวัชพืชต่าง ๆ โดยเฉพาะจอกหูหนูยักษ์ ทำให้แหล่งน้ำไม่มีคุณภาพสำหรับการผลิตน้ำประปา จึงขอให้ทุกหน่วยงานบูรณาการเครื่องมือ เครื่องจักรร่วมกับผู้นำชุมชน ประชาชน บริหารจัดการวางแผนอนุรักษ์ฟื้นฟูหนองกุดตากล้า รวมทั้งดูแลรักษาแม่น้ำ ลำคลอง แหล่งน้ำในพื้นที่ ให้อยู่คู่กับหมู่บ้าน ชุมชนตลอดไป และขอชื่นชมผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ได้ร่วมมือกันกำจัดผักตบชวาและวัชพืชมาอย่างต่อเนื่อง ในการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแหล่งน้ำหนองกุดตากล้า ครั้งที่ 3 ประจำปี 2564

นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า กรมฯ เร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืชตามข้อสั่งการของรัฐบาลพร้อมสนับสนุนเรือกำจัดผักตบชวาและวัชพืช เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวทั่วประเทศ สำหรับจังหวัดบึงกาฬ ได้มอบหมายให้ นายพิสิษฐ์ ชิณะวิพัฒน์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดบึงกาฬ เป็นผู้รับผิดชอบ โดยล่าสุดได้ส่งเรือกำจัดผักตบชวาแบบสายพานลำเลียง จำนวน 2 ลำ ปฏิบัติงานร่วมกับเครื่องจักรรถแบ็คโฮขององค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน จิตอาสา ประชาชนตำบลเซกาและพื้นที่ใกล้เคียง กำจัดผักตบชวาและจอกหูหนูยักษ์ในหนองกุดตากล้า ทั้งนี้จะดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อรักษาคุณภาพน้ำไม่ให้เน่าเสียและอยู่ในค่ามาตรฐานที่สามารถผลิตน้ำประปาของชุมชนได้ พร้อมทั้งรักษาระบบนิเวศในแหล่งน้ำให้เกิดความสมดุล เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ ป้องกันปัญหาน้ำท่วม และเป็นแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งอีกด้วย.




นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทยเดินทางไปดูการกำจัดผักตบชวาและจอกหูหนูบริเวณหนองน้ำกุดตากล้า บ้านพัฒนาภิบาล ต.เซกา อ.เซกา จ.บึงกาฬ มีพื้นที่ 150 ไร่เป็นแหล่ผลิตน้ำประปาของชุมชนเซกา มี นายสนิท ขาวสอาด ผวจ.บึงกาฬ และนางแว่นฟ้า ทองศรี นายก อบจ.บึงกาฬและคณะให้การต้อนรับ











บึงกาฬ//ข่าว : นิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี

บึงกาฬ ชาวบ้านหวั่นผู้ติดเชื้อมารักษาที่บ้านเกิด จนท.ไม่มาตรวจ-โพสต์ต่อว่า(มีคลิป)





ผู้ป่วยโควิด 2 สามีภรรยาหนีออกจากแคมป์คนงานก่อสร้างในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อกลับมารักษาตัวที่บ้านเกิดจังหวัดบึงกาฬ ได้โทรศัพท์ประสานกำนันและประธาน อสม.ในพื้นที่แล้วได้จัดบ้านกักกันไว้รอ เนื่องจากกลับถึงช่วงกลางคืน จนท.ไม่สามารถเข้ามาตรวจสอบได้ ทำให้คนในหมู่บ้านไม่เข้าใจหวั่นเกรงจะเป็นคลัสเตอร์แพร่ระบาด ทั้งเข้าแจ้งความที่ สภ.ศรีวิไล แต่ไม่รับแจ้งเนื่องจากเป็นงานของ คกก.โรคติดต่อจังหวัด จึงมีการโพสต์ต่อว่าทั้งกำนัน อสม.และตำรวจว่าไม่ทำงาน เรื่องถึงหูผู้ว่าฯ สั่งนายอำเภอลงทำความเข้าใจกับชาวบ้านจึงไม่ติดใจเอาความกันเรื่องจึงลงเอยจบกันด้วยดี 

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 11 ก.ย. ผู้สื่อข่าวจังหวัดบึงกาฬ ได้รับการร้องเรียนจากผู้ที่ใช้ Facebook ว่า ปัทมา จิตรนอก ซึ่งมีบ้านพักอาศัยอยู่ที่หมู่ 7 บ้านโนนม่วง ต.ชุมภูพร อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ ว่าหลังจากผู้มีความเสี่ยงสูงเข้ามาพักในหมู่บ้านและเจ้าหน้าที่ได้มารับตัวไปตรวจหาเชื้อพบว่า ภรรยาซึ่งมีอายุ 53 ปีผลตรวจเป็นบวก ส่วนสามีอายุ 51 ปีผลบวกเป็นลบ จึงส่งตัวไปรักษาที่ รพ.ศรีวิไล ส่วนสามีที่ผลตรวจเป็นลบให้ไปกักตัวอยู่ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งในอำเภอศรีวิไล ต่อมาได้เกิดความวุ่นวายโกลาหลขึ้นภายในหมู่บ้านโนนม่วง ซึ่งเป็นบ้านของผู้ติดเชื้อและเสี่ยงสูง แต่ไม่เห็นกำนันซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันและอสม. พา จนท.สาธารณสุขมาตรวจหาเชื้อกับผู้ที่สัมผัสและใกล้ชิดกับผู้ป่วยโควิดหรือนำตัวผู้มีความเสี่ยงไปกักกัน ตนเข้าใจว่าผู้นำชุมชน และอสม.ไม่ทำหน้าที่ จึงได้นำความเข้าไปร้องทุกข์กล่าวโทษที่ สภ.ศรีวิไล แต่ร้อยเวรก็ไม่รับแจ้งความอีก อ้างว่าเป็นหน้าที่ของ คกก.โรคติดต่อจังหวัดบึงกาฬ จากนั้นจึงมีการโพสต์ Facebook ต่อว่าเจ้าหน้าที่ทั้ง กำนัน อสม.และตำรวจว่าไม่ทำงาน เนื่องจากเป็นห่วงคนในชุมชนจะติดโควิดไปด้วยกันซึ่งอาจเป็นคลัสเตอร์ใหม่

ส่วน นายวาปี แสนบุญ กำนันตำบลชุมภูพร กล่าวว่าหลังจากเห็นข่าวในเฟสและชาวบ้านในหมู่บ้านเกิดความวุ่นวายและวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ จึงได้ไปพบ พ.ต.อ.นาคินทร์ พลโยธร ผกก.สภ.ศรีวิไล ขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานและให้ร้อยเวรเรียก นางปัทมา จิตรนอก ผู้ที่โพสต์ทำให้ชาวบ้านแตกตื่นจนตระหนกตกใจ แต่นางปัทมา ไม่ยอมมาคุยด้วยจึงได้นำความไปปรึกษา นายโกเมณ ชาลี นายอำเภอศรีวิไลและ นายศรีเทพ สุวรรณไตร นายก.อบต.ชุมภูพร นายณรงค์วิทย์ ขุนพิจารณ์ ผอ.รพ.สต.ชุมภูพร จึงได้มีการนัดชาวบ้านมาพูดคุยทำความเข้าใจกันในวันนี้ที่ศาลาประชาคมหมู่บ้าน 

ด้าน นายโกเมณ ชาลี นายอำเภอศรีวิไล กล่าวว่า นายสนิท ขาวสะอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ทราบเรื่องจึงสั่งตนให้ลงพื้นที่เข้าเคลียร์ปัญหาสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีที่ถูกต้อง ที่ชาวบ้านเป็นห่วงคนในชุมชนและบุตรหลานเกรงจะติดเชื่อโควิดจนเป็นกลุ่มคลัสเตอร์ใหม่ และสร้างความเข้าใจในขบวนการตรวจหาเชื้อและกักกันผู้มีความเสียงสูงของ นายสุรินทร์ บุญคุณ ประธาน อสม.และจนท.สาธารณสุขอำเภอและความเข้าใจคนในชุมชนด้วยกันเป็นอย่างดีแล้ว






นายสนิท ขาวสะอาด ผวจ.บึงกาฬ สั่งนายโกเมณ ชาลี นอภ.ศรีวิไล ประชุมทำความเข้าใจกับชาวบ้านหมู่ 7 บ้านโนนม่วง ต.ชุมภูพร อ.ศรีวิไล หลังผู้ป่วยโควิดกลับจากพื้นที่เสี่ยงสูงมารักษาตัวที่หมู่บ้านมีผู้ลงในเฟสว่า จนท.เกี่ยวข้องไม่ทำงานแจ้งความเอาผิดกันทำให้ชาวบ้านวุ่นวาย








บึงกาฬ//ข่าว : นิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี

รร.อุบาลบึงกาฬแจกเงินเยียวยา 2,000 ... ผอ.สพป.แจงสื่อเสนอข่าวไม่ตรงข้อเท็จจริง





เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 ก.ย. ที่ ร.ร.อนุบาลบึงกาฬวิศิษฐ์อำนวยศิลป์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ บรรยากาศผู้ปกครองเดินทางมารับเงินเยียวยา 2,000 บาท หลังกระทรวงศึกษาธิการได้โอนเงินเยียวยาช่วยเหลือนักเรียน เพื่อบรรเทาผลกระทบของผู้ปกครองและนักเรียน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งผู้ปกครองบางรายก็พาบุตรหลานมายืนยันตัวตนด้วย เช่นเดียวกันกับโรงเรียนในระดับมัธยมศึกษา ในเขตพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ มีการจ่ายเงินให้กับผู้ปกครองเช่นกัน โดยบางโรงเรียนจ่ายผ่านระบบธนาคาร โดยการโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ปกครอง ที่มีการขอเอกสารหลักฐานไว้ก่อนหน้านี้แล้ว และผู้ปกครองทุกคนจะได้รับเงินเต็มจำนวน 






นายอุบล ไชยดี(แมสฟ้า) ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลบึงกาฬวิศิษฐ์อำนวยศิลป์ กล่าวว่าหลังจาก ร.ร.ได้รับการโอนเงินเยียวยาช่วยเหลือนักเรียน จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งได้รับจากกระทรวงศึกษาธิการแล้ว รายละ 2,000 บาทต่อนักเรียน 1 คนนั้น ขณะนี้ทาง ร.ร.ได้มีการแจ้งให้ผู้ปกครองมารับเงินตามระยะเวลาที่กำหนด สำหรับในปีการศึกษานี้ นักเรียนของร.ร.อนุบาลบึงกาฬวิศิษฐ์อำนวยศิลป์มีทั้งหมด 1,220 คน จึงได้รับการจัดสรรงบประมาณกว่า 2.44 ล้านบาท โดย ร.ร.ได้แบ่งนักเรียนเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่นักเรียนมีภูมิลำเนาในเขตเทศบาลเมือง รับไปเมื่อวันที่ 8 ก.ย. ประกอบด้วย ต.บึงกาฬ และต.วิศิษฐ์ 2.กลุ่มของนักเรียนที่มีภูมิลำเนานอกเขตเทศบาลเมือง ซึ่งมีอยู่ประมาณกว่า 20 ตำบล ซึ่งจ่ายวันนี้ ส่วนทั้ง 2 กลุ่มที่ไม่สะดวกมารับเงิน ถ้ายังไม่ได้มารับ ทาง ร.ร.ก็จะพยายามติดต่อให้มารับเงินสด 2,000 บาทที่โรงเรียนให้ได้ ส่วนการรับเงินนั้น ทางโรงเรียนจะมีการแบ่งจุดที่ชัดเจนว่า นักเรียนชั้นไหนรับจุดไหน เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และเป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ผู้ปกครองได้รับเงิน 2,000 บาทเต็มจำนวน และจะไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ขอให้ผู้ปกครองสบายใจ

ขณะที่ผู้ปกครองของนักเรียนที่เดินทางมารับเงินเยียวยาในวันนี้ กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ถือเป็นโครงการที่มีประโยชน์ เพราะช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวได้มาก โดยเงินจำนวนนี้ ผู้ปกครองให้ข้อมูลว่า จะนำเงินไปสนับสนุนด้านการเรียนออนไลน์ให้กับบุตรหลาน รวมถึงไปจ่ายเป็นค่าเรียนพิเศษให้กับบุตรหลานด้วย ซึ่งผู้ปกครองบางส่วนมองว่า อยากให้ภาครัฐเปิดโรงเรียนให้นักเรียนได้เรียนแบบ On Site เพราะเป็นห่วงการเรียนของบุตรหลานว่าจะได้ความรู้ไม่เต็มที่ ขณะที่ผู้ปกครองบางส่วนมองว่า ถ้าหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ก็ยังไม่อยากให้มีการเปิดเรียนแบบ On Site อย่างไรก็ตามผู้ปกครองทุกคนต่างพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ เพื่อให้บุตรหลานได้รับความรู้และมีความปลอดภัยจากโควิดมากที่สุด






ทางด้าน นายพลชัย ชุมปัญญา(แมสเหลือง) ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตามที่มีสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวเรื่องการเปิดภาคเรียน 2 ปีการศึกษา 2564 ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ โดยได้นำเสนอข่าวว่า สพป.บึงกาฬ จะให้เปิดเรียนเต็มรูปแบบในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 อาจทำให้ประชาชนและผู้ปกครองนักเรียนเกิดความสับสนและไม่เข้าใจกับข่าวที่นำเสนอออกไป ซึ่งความเป็นจริงคือ สพป.บึงกาพ ได้แจ้งแนวปฏิบัติการเปิดเรียนเฉพาะโรงเรียนในสังกัด สพป.บึงกาฬเท่านั้น ไม่ใช่หนังสือที่แจ้งแนวปฏิบัติให้โรงเรียนในสังกัดรวม สพม.บึงกาฬแต่อย่างไร และมีการขยายเวลาการหยุดเรียน On site เป็นวันที่ 1 ก.ย.-10 ต.ค.64 ส่วนการเปิดเรียนเทอม 2 วันที่ 1 พ.ย.64 โรงเรียนอาจเปิดเต็มรูปแบบหรือเปิดรูปแบบอื่นก็ได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และความพร้อมตามบริบทของโรงเรียน โดยจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบึงกาฬ เพื่อความถูกต้องเป็นจริงและเป็นการสนองนโยบายของต้นสังกัด ในการจัดการเรียนการ สอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID-19) จึงขอให้แก้ข่าวให้ถูกต้องด้วยและขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้











บึงกาฬ//ข่าว : เกรียงไกร พรมจันทร์