BREAKING NEWS
latest

728x90

ad ad

468x60

ad ad

Slider

latest

Slider Right

randomposts4

ท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ

ท่องเที่ยว/block-7

ด่วน! อุบัติเหตุ-อาชญากรรม ล่าสุด

อุบัติเหตุ/block-1

ประชาสัมพันธ์

ประชาสัมพันธ์/block-1

การเกษตร-ชาวสวน

การเกษตร/block-6

เรื่องน่ารู้

เรื่องน่ารู้/block-6

ยาเสพติด-ยาบ้า

ยาเสพติด/block-5

คนหางาน งานหาคน

คนหางาน งานหาคน/block-1
งานราชการ/block-3

คลิปวีดีโอ | Clip

คลิป/block-3

บึงกาฬ | Buengkan

บึงกาฬ/block-1

ปากคาด | pakkhat

ปากคาด/block-1

ศรีวิไล | Siwilai

ศรีวิไล/block-1

พรเจริญ | phoncharoen

พรเจริญ/block-1

เซกา | seka

เซกา/block-1

บุ่งคล้า | BungKhla

บุ่งคล้า/block-1

โซ่พิสัย | sophisai

โซ่พิสัย/block-1

บึงโขงหลง | buengkhonglong

บึงโขงหลง/block-1

การศึกษา

สมัครเรียน/block-6

จิตอาสา

จิตอาสา/block-6

โรงแรม ที่พัก จ.บึงกาฬ

โรงแรม/block-3

แนะนำร้านอาหาร-ของฝาก

อาหาร/block-3

ซื้อ-ขาย

ซื้อขาย/block-1

หวย-สลากกินแบ่งรัฐบาล

สลากกินแบ่งรัฐบาล/block-7

ไอที-เทคโนโลยี

เทคโนโลยี/block-7

จังหวัดบึงกาฬ!!

จังหวัดบึงกาฬ/block-1
ท่องเที่ยว

Latest Articles

ประกาศ!!! สอบครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. | รับสมัคร 27 เมษายน 64




ประกาศ!!! สอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. ปี พ.ศ. 2564

รับสมัคร 27 เมษายน 64






บึงกาฬ หน่วยเรือ นรข.ยึดไอซ์กลางน้ำโขง 36 กก.มูลค่า 10 ล้าน




เมื่อเวลา 07.30 น วันที่ 8 เม.ย.จากการสืบทราบของ นาวาเอกราฆพ เทวะประทีป ผบ.นรข.เขตหนองคาย ว่าจะมีการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อส่งมอบให้กับพ่อค้าชาวไทยบริเวณริมโขงบ้านท่าไคร้ หมู่ที่ 5 ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ จึงได้สนธิกำลังกับ พ.ต.อ.สุกฤษณ์ ข้อร่วมคิด ผกก.สืบสวน ภ.จว เมืองกาฬ พ.ต.อ.เอกนรินทร์ สุวรรณทา.ผกก ตม.บึงกาฬ พ.ต.ต.นิคสัน ดียา รอง สว.สส.สภ.เมืองบึงกาฬ พ.ต.ท.พลสันต์ คมขาวผบ ร้อย ตชด.244.ร.ต.อ.ทองจันทร์ หิรัญวร รอง สว.(ป.)ตำรวจน้ำบึงกาฬ นายพงษ์ชัย ศิลปะอาชา นายด่านศุลกากรบึงกาฬ นายสมบัติ ฆ้อนทอง ผอ.ส่วนควบคุมทางศุลกากร และนายภูมินทร์ ศรีโฉม ปลัดป้องกันอำเภอเมืองบึงกาฬ นำกำลังอาสาร่วมวางแผนจับกุม

ขณะที่เจ้าหน้าที่บางส่วนได้ลาดตระเวนทางบก ที่แม่น้ำโขงมี น.ต.วชิรวิชญ์ ใจสัตว์ หัวหน้าสถานีเรือบึงกาฬ ร.ท.ประพนธ์ สิวะกุล ประจำ บก.สน.เรือบึงกาฬ ร.ต.ศกุนต์ พรมเจริญ ผค.เรือ 179 และร.ต.สัญญา จันจี ผค.เรือ ล.111 ขับเรือลาดตระเวนไปถึงกลางน้ำโขงได้เห็นชายต้องสงสัยท่าทางมีพิรุธลุกลี้ลุกลนกำลังเก็บตาข่ายดักปลากลางลำน้ำโขงอย่างรีบเร่ง จึงได้ขับเรือไปใกล้พร้อมเรียกให้หยุดเพื่อตรวจค้น แต่ชายคนดังกล่าวเกิดความตกใจจึงพายเรือขวางลำน้ำโขง ที่ไหลเชี่ยวเพื่อหันหัวเรือกลับข้ามไปเส้นเขตแดน สปป.ลาว ทำให้เรือพลิกตะแคงคว่ำ สิ่งของในเรือจึงกระจายไหลไปตามน้ำมีทั้งเป็นกระสอบปานสีขาวและถุงเล็ก 6 ถุง พร้อมกับพยุงเรือที่พลิกตะแคงข้ามเขตแดนไทย-ลาว ด้วยความชำนาญ และรอดไปได้อย่างปลอดภัย

จากนั้นเจ้าหน้าจึงตามไปเก็บกระสอบสีขาว 1 ใบและกล่องวัสดุที่ไหลไปกับน้ำด้วย 6 กล่อง นำมาตรวจเช็คที่สถานีเรือบึงกาฬ พบว่าเป็นยาเสพติดประเภท 1 คือไอซ์จำนวน 36 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาทจึงได้นำมาจัดแถลงพร้อมกับส่งของกลางดังกล่าวให้ พงส.สภ.เมืองบึงกาฬเพื่อติดตามหาตัวเจ้าของมาดำเนินคดีต่อไป












บึงกาฬ//ข่าว : เกรียงไกร พรมจันทร์


บึงกาฬ กกล.สุรศักดิ์ฯบูรณาการไล่จับเรือบรรทุกยาเสพติดหนีพลิกคว่ำกลางโขง(มีคลิป)




กองกำลังสุรศุกดิ์มนตรี บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13) โดย ร้อย.ฉก.ทพ.2106 ฉก.ทพ.21 ร่วมกับหลายฝ่ายดักซุ่มริมน้ำโขงพบเรือต้องสงสัย 2 ลำติดเครื่องยนต์วิ่งข้ามน้ำโขงมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเข้ามาจอดริมตลิ่งฝั่งไทย จึงได้ส่งสัญญาเพื่อตรวจค้น แต่เรือทั้ง 2 ลำได้รีบขับแล่นหนีจะข้ามน้ำโขงกลับไป เรือลำหนึ่งได้เฉียวชนกับโขดหินที่น้ำโขงกำลังลดมาก ทำให้เรือพลิกคว่ำสิ่งของในเรือกระจายไหลตามน้ำไป รุ่งเช้า จนท.ออกเคลี่ยร์พื้นที่พบยาเสพติดทั้งยาบ้าและไอซ์จำนวนมาก

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 7 เม.ย.ที่หน้าศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ นายวราดิศร อ่อนนุช ปลัดจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ พ.อ.ศิวดล ยาคล้าย รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่13 และรองผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พ.ต.อ.สุกฤษณ์ ข้อร่วมคิด ผกก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.อ.ดาบทอง อุภัยพรม ผกก.สภ.ปากคาด พ.ต.อ.วิชยานนท์ นิติกุล ผกก.สภ.เมืองบึงกาฬ หน่วยเรือ นรข.บึงกาฬ  ฝ่ายปกครองอำเภอบึงกาฬและปากคาด แถลงผลการตรวจยึดยาบ้าล็อตใหญ่ได้ จำนวน 1,345,540 เม็ด และยาไอซ์ 62 กิโลกรัม รวมมูลค่าของกลางทั้งสิ้น 122,643,200 บาท หลังทหาร ตำรวจ นรข.และฝ่ายปกครอง ร่วมกันตรวจยึดได้ริมแม่น้ำโขงในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ

ทั้งนี้จากการสืบทราบของ พ.อ.มงคล ห่อทอง ผู้บังคับการกรมทหารราบที่13 และรองผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ว่าจะมีการลักลอบนำยาเสพติดข้ามน้ำโขงเข้ามาส่งมอบให้กับกลุ่มผู้ค้าชาวไทยจำนวนมาก ที่บริเวณริมน้ำโขงบ้านเวินโดน หมู่ 8 ต.ปากคาด อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ หลังจากทางภาคเหนือมีการสู้รบกันระหว่างทหารพม่าและกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ทำให้การขนย้ายยาเสพติดเข้าไทยยากลำบาก จึงหันมาทะลักส่งเข้าไทยทางภาคอีสาน ดังนั้น ได้สั่งการให้หน่วยขึ้นตรงต่อ กกล.สุรศักดิ์มนตรี เฝ้าระวังตรวจเข้มตามแนวชายแดนริมน้ำโขง กระทั่งเวลาประมาณ 04.30 น.เช้านี้ ร.ท.บุญทัน นกกระโทก ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2106 หน่วยเฉพาะกิจ ทพ.21 ได้บูรณาการร่วมกับ หน่วยเรือ นรช.รัตนวาปีและ นรข.บึงกาฬ ตร.ชุดสืบสวน สภ.ปากคาด ตร.กก.สืบสวน ภ.จว.บีงกาฬ ชุดสืบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ ตชด.244 บึงกาฬ และปลัดฝ่ายป้องกันอำเภอปากคาดและอำเภอบึงกาฬ ร่วมกันลาดตระเวนทั้งบนบกและในแม่น้ำโขง เวลาดังกล่าวขณะชุดลาดตระเวนในน้ำโขงสังเกตเห็นเรือหาปลาติดเครื่องยนต์ 2 ลำแล่นข้ามน้ำโขงมาจอดใกล้ริมตลิ่ง จึงแสดงตัวขอตรวจค้น คนขับเรือพร้อมผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยกันประมาณลำละ 3 คน เห็นท่าไม่ดีจึงได้ขับเรือเร่งเครื่องยนต์หลบหนีอย่างรวดเร็วทันที แต่เรือ 1 ใน 2 ลำเกิดแล่นพลาดท่าไปชนโขดหินห่างออกไป 150 เมตรซึ่งน้ำโขงเริ่มลดลงทุกวัน ทำให้เรือพลิกคว่ำทั้งคนและสิ่งของตกน้ำไปด้วย แต่เรืออีกลำคนขับก็แล่นวนกลับมารับเพื่อนขึ้นเรือกลับไปด้วย แต่ จนท.ก็ไม่กล้าเสี่ยงเข้าเคลียร์พื้นที่ เนื่องจากยังมืดค่ำอยู่เกรงจะได้รับอันตราย 

และเช้าวันนี้ได้ร่วมกันออกลาดตะเวนตามลำแม่น้ำโขง พบกระสอบปุ๋ยสีขาวขนาดใหญ่จำนวน 2 กระสอบ ลอยเข้ามาติดริมฝั่งโขง ในพื้นที่บ้านเวินโดน ต.ปากคาด อ.ปากคาด เป็นยาบ้า 570,000 เม็ดและไอซ์ 62 กิโลกรัม ที่บ้านต้าย ต.นากั้ง อ.ปากคาด  1 กระสอบและกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พบอีก 1 กระสอบที่บริเวณลำน้ำโขง ปากห้วยหนองมุม บ้านท่าสุขสันต์ ต.ปากคาด นับยาบ้าได้ 380,000 เม็ด ค่าสุดตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัด สภ.เมืองบึงกาฬ ฝ่ายปกครองมีกำนันตำบลไคสี หมู่ที่ 2 ต.ไคสี อ.เมืองบึงกาฬ พบกระสอบปุ๋ยลอยมาติดอยู่บริเวณริมน้ำโขง ปากห้วยผาคาง อีก 1 กระสอบยาบ้า 391,540 เม็ด

ช่วงหัวค่ำก่อนหน้านี้ น.ต.วชิรวิทย์ ใจสัตย์ หน.สน.เรือบึงกาฬ ร่วมกับพวกออกลาดตระเวนบนถนสาย 212 บึงกาฬ-ปากคาด พบชายต้องสงสัยขี่รถมอเตอร์ไซค์ ยี่ห้อ ฮอนด้าโซนิค ทะเบียน 1 กฉ 1166 สุพรรณบุรี ขี่รถจอดอยู่บริเวณ หลักกิโลเมตรที่ 105  ท้องที่บ้านโนนยาง  ต.หอคำ  อ.เมืองบึงกาฬ  จึงยึดรถเพื่อสอบถาม แต่ชายคนดังกล่าวได้ทิ้งรถ จยย.วิ่งหลบหนีฝ่าความมืดไปได้ เข้าตรวจสอบพบยาบ้า จำนวน 4,000 เม็ดวางอยู่ข้างหลักกิโลเมตรจึงทำการตรวจยึด จึงรวมกันนำมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน รวมของกลางยาบ้า 4 รายการ จำนวน 1,345,540 เม็ด มูลค่า 107,643,200 บาท และไอซ์ 62 กิโลกรัม มูลค่า 15,000,000 บาท รวมมูลค่าของกลางทั้งสิ้น 122,643,200 บาท นำของกลางส่ง พงส.สภ.ปากคาดและสภ.บึงกาฬ สืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย.













บึงกาฬ//ข่าว : เกรียงไกร พรมจันทร์

บึงกาฬ! แพทย์-พยาบาล-อสม. ฉีดวัคซีนโควิดเข็มแรก 5จว.ควบคุมเข้าพื้นที่กักตัว10วัน(มีคลิป)




เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 7 เม.ย.ที่บริเวณโดมเอนกประสงค์ภายในโรงพยาบาลบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬนายภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ นายแพทย์กมล แซ่ปึง ผอ.รพ.บึงกาฬ พร้อมบุคลากรทางการแพทย์ และ อสม.เข้าฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโรนา 2019 หรือโควิด-19 เป็นวันแรกหลังจากได้รับการจัดสรรวัคซีน SINOVAC มาจำนวน 1,800 dose เพื่อฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์ 800 dose อสม. 1,000 dose โดยมีกำหนดการให้บริการเข็มที่ 1 ระหว่างวันที่ 7 – 9 เมษายนนี้ ซึ่งหลังจากฉีดวัคซีนแล้วจะมีการติดตามการเฝ้าระวังอาการ อย่างใกล้ชิด โดยมีนายชาตรี บุญมาก รอง ผวจ.บึงกาฬ เข้าร่วมสังเกตการณ์การฉีดวัคซีนในครั้งนี้ด้วย










นายภมร ดรุณ นพ.สสจ.กล่าวว่า ตามที่จังหวัดบึงกาฬ ได้รับจัดสรรวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวร้สโรนา 2019 จำนวน 1,800 dose เพื่อฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์ 800 dose อสม.1,000 dose และมีกำหนดการให้บริการเข็มที่ 1 ระหว่างวันที่ 7 - 9 เมษายน 2564 นั้น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับโรงพยาบาลบึงกาฬ และเครือข่ายหน่วยบริการสุขภาพ ทั้ง 8 อำเภอ มีกำหนดการฉีดวัคซีนกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว ในวันนี้ กระทรวงสาธารณสุข ขอยืนยันว่าวัคซีนมีความปลอดภัย ขอให้เชื่อมั่นการบริการของแต่ละโรงพยาบาล ซึ่งจะมีการติดตามการให้บริการวัคซีนติดตามผลการดำเนินงาน การเฝ้าระวังอาการภายหลังการได้รับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019และให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ เป็นที่เชื่อมั่นของประชาชน และเพื่อวางแผนการให้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในครั้งต่อไป  สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนครั้งนี้สามารถแสดงความจำนงต้องการรับวัคซีนได้ 2 ช่องทางคือ 1) Line OA หมอพร้อม  2) แจ้ง อสม.ประจำหมู่บ้าน ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่าจังหวัดบึงกาฬจะต้องปลอดภัย และช่วยห่างไกลไม่มีผู้ติดเชื้อ. หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับวัคซีนสอบถามได้ทุกโรงพยาบาลหรือผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด







ด้านนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ รอง ผวจ.บึงกาฬ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ได้ออกหนังสือด่วนที่สุดแจ้งนายอำเภอทุกอำเภอความว่า จังหวัดบึงกาฬพิจารณาแล้วเห็นว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2564 จะมีประชาชนเดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬเป็นจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อให้การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของจังหวัดบึงกาฬเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงขอซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2564 ให้อำเภอถือปฏิบัติเพิ่มเติม ดังนี้

1. ให้อำเภอ เน้นกำชับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ได้ดำเนินการตรวจคัดกรองและสอบสวนโรคประชาชนที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ทุกราย หากเดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุด 5 จังหวัด (พื้นที่สีแดง) ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และนครปฐม ให้ติดตามลงทะเบียนสอบสวนโรค พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และให้กักกันตัวในบ้านพัก ไม่น้อยกว่า 10 วัน ทั้งนี้ หากมีอาการมีไข้ น้ำมูกไหล จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ไอแห้งๆ และหายใจเหนื่อยหอบ หรือสิ่งผิดปกติใดๆ ให้รีบส่งต่อบุคคลนั้น ไปยังโรงพยาบาลหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ พร้อมทั้งรายงานให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบึงกาฬ และศูนย์ข้อมูล covid-19 จังหวัดบึงกาฬ ทราบทันที

2. การพบปะสังสรรค์ของประชาชนในหมู่เครือญาติ หรือจัดกิจกรรมอื่นๆ ให้ถือปฏิบัติตามมาตรการ D-M-H-T-T อย่างเคร่งครัด โดยหลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมในพื้นที่คับแคบ หรือห้องปรับอากาศ และรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ใช้ภาชนะร่วมกัน โดยใช้หลัก กินร้อน-ช้อนกลาง-ล้างมือ

3. ให้เน้นกำชับสถานบริการในพื้นที่ทุกแห่ง เช่น ผับ บาร์ ร้านอาหาร สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ แต่ให้ควบคุมกำกับดูแลผู้เข้าใช้บริการ ให้ถือปฏิบัติตามมาตรการ D-M-H-T-T อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ห้ามเปิดเกินเวลาที่กำหนดไว้โดยเด็ดขาด



บึงกาฬ//ข่าว : เกรียงไกร พรมจันทร์







รองนายกและรมว.พลังงานรุดดูความคืบหน้าสร้างสะพานข้ามโขงแห่งที่ 5(มีคลิป)




รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ตรวจติดตามความก้าวหน้าสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 5 บึงกาฬ - บอลิคำไซ พร้อมกับช่วงเช้าขึ้นหินสามวาฬเพื่อเยี่ยมชมความอัศจรรย์ของธรรมชาติที่สรรสร้างเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชม

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 4 เม.ย.นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เดินทางมาตรวจติดตามการปฏิบัติราชการในส่วนภูมิภาค ในพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 10 ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้าของการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5 บึงกาฬ บอลิคำไซ และโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 212 อำเภอโพนพิสัย - บึงกาฬ ตอนหอคำ- บึงกาฬ  เพื่อพัฒนาโครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านภายใต้กรอบความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี -เจ้าพระยา-แม่โขง 






นายสุพัฒนพงษ์  พันธ์มีเชาว์ กล่าวว่า โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ บอลิคำไซ เป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในกลุ่มอนุภูมิภาคตอนบน และยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดบึงกาฬและจังหวัดใกล้เคียงที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนระหว่างประเทศ การเชื่อมโยงเส้นทางการคมนาคมและขนส่งระหว่างประเทศ การเชื่อมโยงเส้นทางการคมนาคมและขนส่งระหว่างประเทศไทย กับ สปป.ลาว สำหรับรับรองปริมาณการเดินทาง และการขนส่งสินค้าที่เพิ่มมากขึ้น โครงการนี้จึงถือว่ามีความสำคัญมาก ส่วนเรื่องความคืบหน้าโครงการรวมทุกสัญญานั้น จากแผนงานโครงการในเดือนมีนาคมที่จะต้องก่อสร้างให้ได้ 1.491% ขณะนี้สามารถก่อสร้างได้ถึง 2.338% ซึ่งถือว่าเร็วกว่าแผนงานถึง 0.661% รวมความก้าวหน้าทุกสัญญาอยู่ที่ 5.594%

สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5  บึงกาฬ - บอลิคำไซ แบ่งงานก่อสร้างออกเป็น 5 ส่วน คือ Package1A งานถนนฝั่งไทย ค่างาน 831,110,000 บาท สิ้นสุดโครงการ 16 ธ.ค. 2565, Package1B งานถนนฝั่งไทย และด่านพรมแดนฝั่งไทย ค่างาน 883,110,000 บาท สิ้นสุดโครงการ 13 มีนาคม 2566, Package2A งานสะพานข้ามแม่น้ำโขงฝั่งไทย (รวมงานปรับปรุงสี่แยกทางหลวงเลข 212 และลานอเนกประสงค์ใต้สะพาน ค่างาน 786,523,850 บาท สิ้นสุดโครงการ 8 พ.ย. 2566, Package2B  งานสะพานข้ามแม่น้ำโขง ฝั่งสปป.ลาว ค่างาน 379,197,622.70 บาท สิ้นสุดโครงการ 3 มกราคม 2567, และPackage3  งานถนนและด่านพรมแดนฝั่งสปป.ลาว ค่างาน 773,180,000 บาท สิ้นสุดโครงการ 3 ก.ค. 2566

ก่อนหน้านี้ช่วงเช้าเวลา 08.00 น.รองนายกและคณะได้ขึ้นไปชมความสวยงามของหินสามวาฬ ที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์และป่าดงสีชมพู บ้านโนนไทรทอง หมู่ที่ 8 ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ที่แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง สวยงาม อยู่เขตป่าไม้ สามารเข้าถึงได้ แต่ต้องปฏิบัติตามกติกา เพื่อรักษาธรรมชาติที่สวยงามเอาไว้ ซึ่งเชื่อว่าแหล่งท่องเที่ยวหินสามวาฬแห่งนี้ จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ และมีชื่อเสียงไม่ใช่เฉพาะแต่เพียงคนไทยเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วย ฉากด้านหลังที่เห็นอยู่นี้ก็มีความสวยงาม แม้อยู่ในช่วงหน้าร้อนยังสวยงามขนาดนี้  หากได้มาช่วงหน้าฝนหรือหน้าหนาวก็จะยิ่งสวยงามมากขึ้น












บึงกาฬ//ข่าว : เกรียงไกร พรมจันทร์

บึงกาฬ ดาราหนุ่มเข้ม-หัสวีร์ ขอผ่อนผันทหารต่ออีก 1ปี(มีคลิป)




เข้ม - หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล” ดาราหนุ่มยื่นผ่อนผันเกณฑ์ทหารครั้งที่ 4 ยังติดเรียนและมีละครที่ต้องรับผิดชอบถ่ายทำยังไม่เสร็จ 2 เรื่อง

วันนี้ (4 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอเซกา อ.เซกา จ.บึงกาฬ ที่ใช้เป็นสถานที่ตรวจคัดเลือกทหารกองเกินเข้าประจำการ ประจำปี 2564 และเป็นวันที่ 2 มีนักแสดงหนุ่มหล่อ เข้ม - หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล เดินทางมายื่นขอผ่อนผันอีก 1 ปี ภายหลังจากการใช้สิทธิ์ผ่อนผันมาแล้วเป็นครั้งที่ 4  เนื่องจากยังติดเรื่องการเรียน และยังมีงานที่ยังมีงานต้องรับผิดชอบอยู่ 2 เรื่องที่ถ่ายทำยังไม่แล้วเสร็จ ตอนนี้มีละครเขยบ้านไร่ สะใภ้โฮโซ และที่ปิดกล้องไปแล้วเรื่อง เผาขน อย่างไรก็ขอฝากแฟนคลับติดตามชมละครทั้ง 2 เรื่อง และเป็นกำลังใจให้เข้มด้วย เพราะเป็นเรื่องที่เข้มตั้งใจมากๆ สุดท้าย จังหวัดบึงกาฬ จะมีการจัดงานวันสถาปนาจังหวัดครบรอบ 10 ปี และจัดงานกาชาดด้วย จึงเชิญชวนทุกคนมาเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ มาเที่ยวชมและซื้อสินค้าต่างๆ มาชมกิจกรรมดีๆ ภายในงานได้ 1-7 พ.ค.นี้ 

ส่วนบรรยากาศในงานคัดเลือกทหารเกณฑ์ปีนี้ของอำเภอเซกา นอกจากสีสันของคนจับถูกใบดำใบแดง มีทั้งสมหวังและผิดหวังต่างออกอาการต่างๆ นานา รวมทั้งบรรดากองเชียร์ด้วย ที่สำคัญมีสาวประเภทสองได้มาร่วมคัดเลือกด้วย สร้างความฮือฮาต่อสายตาหนุ่มๆ ทหารกองเกินที่มาคัดเลือกด้วยกัน.












บึงกาฬ//ข่าว : เกรียงไกร พรมจันทร์


บึงกาฬ พายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำบ้านและวัดตั้งอยู่ริมโขงเสียหาย(มีคลิป)



 

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 3 เม.ย.ผู้สื่อข่าวจังหวัดบึงกาฬรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำ ฟ้าแลบฟ้าร้องอย่างรุนแรงหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอเมืองบึงกาฬและอำเภอที่ติดอยู่ริมแม่น้ำโขง ได้รับผลกระทบอย่างหนัก มีทั้งต้นไม้ล้มทับบ้านเรือน หลังคาบ้านถูกลมพัดเสียหาย ต้นยางพาราหักโค่น และต้นไม้ล้มทับขวางถนนทั้งสายหลักและสายรอง นอกจากนี้ยังมีวัดวาอารามที่ตั้งอยู่ริมโขงถูกพายุพัดต้นไม้หักโค่นทับกุฎีไปด้วย ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 1 ทุ่มได้เกิดมีลมพัดมาอย่างแรงต่อด้วยเสียฟ้าร้อง สร้างความตระหนกตกใจให้ชาวบ้านเป็นอย่างมาก เพราะปีนี้พึ่งเกิดมีพายุฤดูร้อนพัดรุนแรง มีฝนตกเม็ดใหญ่และลูกเห็บตกลงมาด้วย แต่ไม่มีปริมาณมากพอที่จะสร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินชาวบ้านได้ 

ช่วงสายวันนี้ทีมผู้สื่อข่าวได้ออกสำรวจพื้นที่ได้รับความเสียหาย พบว่าหมู่บ้านและวัดที่อยู่ติดริมแม่น้ำโขงได้รับความเสียหาย เช่น ที่บ้านหนองแวง หมู่ 3 บ้านพันลำ หมู่ 2 เขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ บ้านนาสุขสันต์ หมู่ 12 ต.วิศิษฐ์(เดิม) อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ มีบ้านเรือนถูกแรงลมพัดหลังคาบ้านได้รับความเสียหายและต้นไม้หักทับหลังคาบ้านเบื้องต้นประมาณ 30 หลังคาเรือน และยังมีสวนยางพาราหักโค่นหลานพื้นที่ แต่ไม่มีปริมาณมากเพียงรายละ40-50 ต้นนอกจากนี้ยังมีสถานที่ราชการได้รับความเสียไปด้วยคือสถานีหน่วยเรือ นรข.บึงกาฬ ที่อยู่ริมโขงบ้านพันลำ มีต้นไม้ใหญ่หักทับเสาไฟฟ้าแรงสูงหัก 1 ต้น และเสาส่งสัญญาณวิทยุหักโค่นเสียหายอีก 1 ต้น และยังมีต้อนไม้หักโค่นทับเส้นทางสายบ้านนาป่าน-บ้านโป่งเปือยซึ่งเป็นสายรอง สายหลัก 212 พื้นที่บ้านหนองแวง จนท.แขวงทางหลวงบึงกาฬและชาวบ้านต้องช่วยกันนำเลื่อยและอุปกรณ์อื่นมาช่วยตัดกิ่งไม้ออกจากเส้นทางเกรงจะเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

ที่โกลาหลหนักเห็นจะเป็นที่ตลาดนัดคนเดินหรือตลาดต้องชมถนนข้าวเม่าริมโขง ขณะที่พ่อค้าแม่ขายกำลังขายสินค้าทั้งของกินของใช้และผู้คนต่างเดินจับจ่ายใช้สอยอย่างเพลิน พลันก็เกิดฟ้าแลบฟ้าร้องอย่างรุนแรง ตามมาด้วยลมกระโชกและฝนตกเม็ดใหญ่ ทำเอาตลาดแตกกระเจิง ขณะที่แม่ค้าพ่อขายที่กำลังขายดิบขายดีเนื่องจากเป็นตลาดนัดวันศุกร์ ต้องรีบเร่งเก็บข้าวของแทบไม่ทัน ทำให้สินค้าหลายชนิดได้รับความเสียหายไปด้วย ส่วนวัดที่ได้รับความเสียหายมีที่วัดสุดเขตแดนสยาม วัดเจริญธรรม วัดป่าบ้านพันลำ ที่อยู่ติดริมแม่น้ำโขง ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ภายในวัดได้ถูกแรงลมพัดหักโค่นลงมาทับกุฎีพระพังเสียหาย 3 หลัง ทับสายไฟฟ้าภายในวัดขาดหลายสาย โชคดีที่ไม่มีพระสงฆ์ หรือญาติโยมได้รับบาดเจ็บ มีเพียงทรัพย์สินเสียหายเท่านั้น อย่างไรก็ตามขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งเข้าสำรวจความเสียหายแล้ว.









บึงกาฬ//ข่าว : เกรียงไกร  พรมจันทร์

บึงกาฬ! ไฟลามทุ่งหวิดเข้าโชว์รูมรถ เน็ตล่ม 2 ชม. ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่ง





เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 2 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดบึงกาฬ ศูนย์วิทยุตำรวจ 191 ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ทุ่งนารุกลามเข้าป่ารกร้างข้างทางหลวงสาย 212 บึงกาฬ – หนองคาย ใกล้กับโชว์รูมรถค่ายมาสด้า และMG บริเวณบ้านนาเหนือ หมู่ที่ 7 เขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาลเมืองบึงกาฬ ระดมรถดังเพลิงพร้อมเจ้าหน้าที่ผจญไฟออกไปสกัดดับไฟ พรัอมกันนี้มีรถน้ำจากแขวงทางหลวงบึงกาฬ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ได้นำรถน้ำออกมาฉีดสกัดตามทุ่งนาหรือต่อซังข้าวที่กำลังรุกลาม 








ที่เกิดเหตุเป็นทุ่งนากว้างด้านหลังติดหมู่บ้านนาเหนือ แต่ด้านหน้าถนนสาย 212 มีป่าไม้ตามข้างทาง ซึ่งมีโชว์รูมรถนต์หลายค่ายตั้งเรียงรายอยู่ เมื่อไปถึงพบไฟกำลังโหมลุกไหม้ป่าหญ้าแห้งและตอซังข้าว ใกล้กับโชว์รูมดังกล่าว ประกอบกับมีลมแรงพัดกระโชกแรงมาเป็นระยะ ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว รถดับเพลิงของเทศบาลเมืองบึงกาฬกว่า 3 คันเร่งเข้าฉีดน้ำสกัดเพลิงเพื่อไม่ให้ลุกลามเข้าไปใกล้โชว์รูมรถยนต์ ทั้ง 2 แห่ง เช่นเดียวกับรถน้ำของแขวงทางหลวงบึงกาฬ อีก 3 คันที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุได้เข้ามาช่วยฉีดน้ำดับไฟบริเวณโดยรอบ โดยใช้เวลาในการดับไฟกว่า 40 นาที หลังไฟดับพบว่าป่าและทุ่งนาถูกไฟไหม้ไปกว่า 10 ไร่ และยังมีสายสื่อสารของหน่วยงานต่างๆ ถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะสายโทรศัพท์ค่ายต่างๆ ทำให้ระบบอินเตอร์เน็ตล่มทั้งเมือง เจ้าหน้าที่ใช้เวลาซ่อมแซมกว่า 2 ชั่วโมงจึงกลับมาใช้งานได้ตามปกติ และก่อนหน้านี้ 1 วันก็เกิดเหตุไฟไหม้ป่าหญ้าและป่าไผ่อยู่ด้านหลังแขวงทางหลวงบึงกาฬ นานกว่า 10 ชั่วโมงทั้งเทศบาลเมืองบึงกาฬ และแขวงทางหลวงระดับเจ้าหน้าที่และรถดับเพลิงกว่า 10 คันเข้าไปช่วยดับ แต่เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะไม่มีเส้นทางเข้าไปถึง ไฟจึงรุกลามเข้าสวนปาล์มของข้าราชการท่านหนึ่งเสียหายหลายไร่ โชคดีที่ยังสกัดทันไม่งั้นจะมีบ้านเสียหายไปด้วย








ส่วนที่จุดตรวจวัดคุณภาพอากาศในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองบึงกาฬ ที่ตั้งอยู่หน้าที่ว่าการอำเภอเมืองบึงกาฬ เช้าวันนี้ สภาพอากาศแย่ ท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันไฟ มีการสะสมของฝุ่นละอองและหมอกควันค่อนข้างมาก ส่งผลให้ฟ้าหลัว จากการตรวจวัด พบปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) มีค่า 86 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m3) อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังพบปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) มีค่า 171 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m3) อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งนี้นอกจากฝุ่นไฟไหม้ภายในจังหวัดบึงกาฬ และควันไฟจากฝั่งประเทศลาวซึ่งอยู่คนฝั่งแม่น้ำโขงถูกลมพัดพามาปกคลุมพื้นที่จังหวัดบึงกาฬด้วย นอกจากนี้ยังมีการก่อสร้างเขื่อนพนังกั้นน้ำอยู่ริมโขงหน้าเทศบาลเมืองบึงกาฬ จึงมีรถบรรทุกขนหิน ดิน ทรายวิ่งกันทั้งวันแต่เช้ายันค่ำ โดยผู้รับเหมาไม่ค่อยใส่ใจฉีดน้ำล้างฝุ่นที่ตกเรี่ยราดตามถนนเท่าที่ควร แม้ทางผู้ว่าราชการบึงกาฬจะกำชับแล้ว.



บึงกาฬ//ข่าว : เกรียงไกร  พรมจันทร์

บึงกาฬ!! ยกระดับอาหารพื้นถิ่นเสริมทัพรับ"ท่องเที่ยวเทศกาลสงกรานต์" (มีคลิป)




เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 1 เม.ย.ที่พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต บ้านขี้เหล็กใหญ่ ตำบลหนองพันทา อำเภอโซ่พิสัย  จังหวัดบึงกาฬ นายวิสูตร ดวงสิมา วัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ได้เปิดโครงการยกระดับอาหารพื้นถิ่นเสริมทัพรับท่องเที่ยวภายใต้ โครงการพัฒนาและบริหารจัดการองค์ความรู้สนับสนุนการท่องเที่ยว  กิจกรรมส่งเสริม สนับสนุน อนุรักษ์ฟื้นฟู วัฒนธรรมประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดบึงกาฬ  มีผู้เข้าร่วมการอบรม เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดบึงกาฬ จำนวน 42 คน วิทยากรอบรมให้ความรู้โดยนายสุทธิพงษ์  สุริยะ ฟู้ดสไตลิสต์ชั้นนำในวงการศิลปะและอาหารระดับโลก






นายวิสูตร ดวงสิมา วัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่าการฝึกอบรมครั้งนี้เป็นการดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด ประจำปีงบประมาณ 2564 ภายใต้โครงการพัฒนาและบริหารจัดการองค์ความรู้สนับสนุนการท่องเที่ยว กิจกรรม ส่งเสริม สนับสนุน อนุรักษ์ฟื้นฟู วัฒนธรรมประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดบึงกาฬ ในการจัดอบรมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการประกอบอาหารพื้นบ้าน การจัดประดับตกแต่งสำรับอาหารพื้นบ้าน ให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดบึงกาฬ สามารถเสริมสร้างมูลค่าจากทุนทางวัฒนธรรมด้านอาหาร ยกระดับอาหารพื้นถิ่นเพื่อการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนในโอกาสเทศกาลวันสงกรานต์ใกล้จะมาถึงนี้ และในโอกาสต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมเยือนในพื้นจะได้ลิ้มรสความอร่อย ถูกปาก สวยงาม เกิดความประทับใจและกลับมาเที่ยวอีกครั้ง สามารถสร้างรายได้ให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬ







ด้านนายธนวณิช ชัยชนะ นายกสภาอุตสาหกรรมจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า ทางสภาอุตสาหกรรมจังหวัดบึงกาฬมีนโยบายที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมกับอุตสาหกรรมอาหารของกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดบึงกาฬ ถ้าหากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่จะช่วยสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็น แพ็คเกจจิ้งก็ดี การผลิตก็ดี หรือการใช้เทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาคุณภาพ ทัดเทียมต่างชาติ หรือการถนอมอาหารให้สามรถเก็บไว้ได้นาน เพื่อเป็นของฝากให้นักท่องเที่ยวนำกลับไปได้อีกด้วย.



ที่พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต บ้านขี้เหล็กใหญ่ ต.หนองพันทา อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ นายวิสูตร ดวงสิมา วัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬเปิดอบรมยกระดับอาหารพื้นถิ่นเสริมทัพรับท่องเที่ยว มีผู้เข้าอบรมจากชาติพันธุ์ต่าง 42 คนมีนายสุทธิพงษ์  สุริยะ ฟู้ดสไตลิสต์ชั้นนำการศิลปะและอาหารระดับโลกเป็นวิทยากร







บึงกาฬ//ข่าว : เกรียงไกร  พรมจันทร์